โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_G-Z




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_A-F

กริยาช่องที่ 1 get รับ,ได้, เข้าใจ, มาถึง   : Do you get it? เข้าใจไหมครับ / I get it. ฉันเข้าใจ / I don’t get it. ฉันไม่เข้าใจเลย
กริยาช่องที่ 2 got รับ,ได้, เข้าใจ, มาถึง   : I got your message. ฉันได้รับข้อความของคุณแล้ว
กริยาช่องที่ 3 got รับ,ได้, เข้าใจ, มาถึง   : I have got higher grades. ฉันได้เกรดสูงขึ้น

กริยาช่องที่ 1 give มอบให้,เอาให้   : I will give you a cartoon book. ฉันจะให้หนังสือการ์ตูนกับเธอ เล่มนึง / Please give me the cartoon book. ขอหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นให้ฉันหน่อย
กริยาช่องที่ 2 gave มอบให้,เอาให้   : His parents gave him his bike when he was nine. พ่อแม่ของเขาให้จักรยาน เมื่อเขาอายุเก้าขวบ
กริยาช่องที่ 3 given มอบให้,เอาให้   : Linda has given me a white shirt. ลินดาให้เสื้อสีขาวกับฉัน

กริยาช่องที่ 1 go ไป   : I go to the market almost every day. ฉันไปที่ตลาดเกือบทุกวัน
กริยาช่องที่ 2 went ไป   : They went home together yesterday . พวกเขากลับบ้านด้วยกันเมื่อวานนี้
กริยาช่องที่ 3 gone ไป   : She has gone shopping. เธอไปช้อปปิ้งแล้ว / Have you gone to school today? วันนี้คุณไปโรงเรียนมาหรือ

กริยาช่องที่ 1 grow โต   : I want to be a teacher when I grow up. ฉันต้องการที่จะเป็นครูเมื่อฉันโตขึ้น
กริยาช่องที่ 2 grew โต   : Three months later, Linda’s belly grew by the day. สามเดือนต่อมาท้องของลินดา โตขึ้นทุกวัน
กริยาช่องที่ 3 grown โต   : Linda and I come from the same village, have grown up together. ลินดากับฉันมาจากหมู่บ้านเดียวกัน เติบโตมาด้วยกัน

กริยาช่องที่ 1 have (พหูพจน์) มี, ได้,   : I have a meeting at 8am. ฉันมีการประชุมเวลา 8 โมงเช้า
กริยาช่องที่ 1 has (เอกพจน์) มี, ได้,   :  He has a car. เขามีรถยนต์ 1 คัน
กริยาช่องที่ 2 had มี, ได้,  Sometimes Linda had a hard time sleeping. บางครั้งลินดาก็หลับยาก(มีออาการนอนไม่หลับ)
กริยาช่องที่ 3 had มี, ได้,  : He had had an accident. He was alone. เขาเกิดอุบัติเหตุ เขาจึงอยู่คนเดียว

กริยาช่องที่ 1 hear ได้ยิน   : I hear a spatter of rain. ฉันได้ยินเสียงของฝนโปรยลงมา
กริยาช่องที่ 2 heard ได้ยิน   : I heard the camera click, but the flash didn't go off. ผมได้ยินดังคลิกของกล้อง แต่แสงแฟลชไม่ทำงาน
กริยาช่องที่ 3 heard ได้ยิน   : I never heard such a loud sound. ฉันไม่เคยได้ยินเสียงดังกึกก้อง อย่างนั้นเลย / Most people who smoke have heard about the harmful effects of cigarettes. คนส่วนใหญ่ที่สูบบุหรี่เคยได้ยินเกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายของบุหรี่

กริยาช่องที่ 1 hold จับยึด, ครอบครอง   : Hold me tight, as tight as I hold you. กอดฉันแน่น ๆ เหมือนที่ฉันกอดเธอไว้(สำนวน)
กริยาช่องที่ 2 held จับยึด, ครอบครอง   : He held a cake in one hand and his cell phone in the other. เขาถือเค้กไว้ด้วยมือข้างเดียวและ อีกมือถือโทรศัพท์ไว้
กริยาช่องที่ 3 held จับยึด, ครอบครอง   : She has never held a gun in her life, but she must do that. เธอไม่เคยถือปืนเลย ในชีวิตของเธอ แต่เธอต้องทำอย่างนั้น

กริยาช่องที่ 1 keep เก็บ, รักษาไว้   : Thanks for the offer. I'll keep that in mind. ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ ฉันจะเก็บไว้ก่อน
กริยาช่องที่ 2 kept เก็บ, รักษาไว้   : He kept me waiting the whole day. เขาทำให้ฉันต้องรอทั้งวัน
กริยาช่องที่ 3 kept เก็บ, รักษาไว้   : I should have kept walking. ฉันน่าจะทำงานต่อไป

กริยาช่องที่ 1 know รู้   : How do you know if someone really loves you? คุณจะรู้ได้อย่างไร หากว่ามีบางคนที่รักคุณจริง
กริยาช่องที่ 2 knew รู้   : She knew not to judge a book by its cover, but he looked like a criminal. เธอรู้ว่าไม่สามารถตัดสินคนได้จากภายนอก แต่เขาดูเหมือนอาชญากรมาก
กริยาช่องที่ 3 known รู้   : Have you ever known anyone who has died from diseases related to smoking? คุณเคยรู้จักใครที่เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่หรือไม่

กริยาช่องที่ 1 leave ออกไป, ละทิ้ง   : I always leave for work at around 6:30 in the morning. ฉันออกไปทำงานราว ๆ 6:30 เสมอ ๆในตอนเช้า
กริยาช่องที่ 2 left ออกไป, ละทิ้ง   : I almost lost my mind when you left me. ฉันแทบจะบ้าตอนที่เธอทิ้งฉันไป
กริยาช่องที่ 3 left ออกไป, ละทิ้ง   : Have you ever left a message on an answering machine? คุณเคยฝากข้อความไว้กับเครื่องตอบรับอัตโนมัติหรือเปล่า

กริยาช่องที่ 1 lend ยืม, ให้ยืม   : I will lend you my car. ฉันจะให้คุณยืมรถของฉันก็ได้
กริยาช่องที่ 2 lent ยืม, ให้ยืม   : When was the last time you lent money to someone?
กริยาช่องที่ 3 lent ยืม, ให้ยืม   : Have you ever lent money to someone? คุณเคยให้ใครยืมเงินบ้างไหม

กริยาช่องที่ 1 let อนุญาต, ปล่อย   : Don’t let me down. อย่าทำให้ฉันผิดหวัง /I will not let you go. ฉันจะไม่ปล่อยเธอไป
กริยาช่องที่ 2 let อนุญาต, ปล่อย   : You let me down. คุณปล่อย(ทำ)ให้ฉันผิดหวัง
กริยาช่องที่ 3 let อนุญาต, ปล่อย   : I've let go of a lot,changed my life completely. ผมทิ้งอะไรไปหลายอย่าง เปลี่ยนชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง

กริยาช่องที่ 1 lose สูญหาย, พ่ายแพ้   : You are unsportsmanlike when you lose. คุณไม่มีน้ำใจนักกีฬาเมื่อคุณแพ้
กริยาช่องที่ 2 lost สูญหาย, พ่ายแพ้   : I am sorry that you lost your job. ฉันเสียใจที่คุณตกงานนะ
กริยาช่องที่ 3 lost สูญหาย, พ่ายแพ้   : Have you lost your mind? คุณเสียไปแล้วหรือไง (พูดประชด)

กริยาช่องที่ 1 make ทำ   :  Let me make my own decisions. ฉันขอตัดสินใจเอง
กริยาช่องที่ 2 made ทำ   : Tom made an appointment to meet John the following day. ทอมได้นัดพบกับจอห์นในวันรุ่งขึ้น
กริยาช่องที่ 3 made ทำ   : The barbers have made you look better. ช่างตัดผมทำให้คุณดูดีขึ้น

กริยาช่องที่ 1 mean หมายความว่า, ตั้งใจ   : I mean to help Mum with the shopping but I don’t do that. ฉันตั้งใจ ว่ามาช่วยคุณแม่เดินซื้อของ แต่ก็ไม่ได้ทำ
กริยาช่องที่ 2 meant หมายความว่า, ตั้งใจ    I think she meant you. ฉันคิดว่าเธอหมายถึงคุณ
กริยาช่องที่ 3 meant หมายความว่า, ตั้งใจ   : I just knew we were meant for each other. ฉันแค่รู้ว่า เรามีความหมายต่อกันและกัน

กริยาช่องที่ 1 meet พบ, เจอ   : After you buy your food, meet me here. หลังจากที่คุณซื้ออาหารแล้วพบกันที่นี่นะ
กริยาช่องที่ 2 met พบ, เจอ   :  I met John last week. ฉันเจอจอห์นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กริยาช่องที่ 3 met พบ, เจอ   : I'm not sure. I haven't met him before. ฉันไม่แน่ใจ. ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อน

กริยาช่องที่ 1 pay จ่าย   : You must pay at the counter. คุณต้องจ่ายที่เคาน์เตอร์
กริยาช่องที่ 2 paid จ่าย   : I paid for that already. ฉันจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว
กริยาช่องที่ 3 paid จ่าย   : I could not remember whether he had paid his subscription or not. ฉันจำไม่ได้ว่าเขาจ่ายค่าสมัครสมาชิกหรือยัง .

could not, had paid กริยาช่องที่ 1 put ใส่, วาง   : Where shall I put it ? ฉันควรจะวางมันไว้ที่ไหน
กริยาช่องที่ 2 put ใส่, วาง   : He put his keys in his pocket. เขาใส่กุญแจไว้ในกระเป๋าเสื้อ
กริยาช่องที่ 3 put ใส่, วาง   : If I didn’t keep it in my pocket, where should I have put it? ถ้าไม่เก็บใส่กระเป๋าแล้วจะเอาไปไว้ที่ไหนล่ะ

กริยาช่องที่ 1 read อ่าน, อ่านหนังสือ   : I am reading. ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่
กริยาช่องที่ 2 read อ่าน, อ่านหนังสือ   : He read a book in the room yesterday. เขาอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั้น เมื่อวานนี้
กริยาช่องที่ 3 read อ่าน, อ่านหนังสือ   : I have read that book. ฉันได้อ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว

กริยาช่องที่ 1 ride ขี่   : He can ride the bike to school. เขาสามารถขี่จักรยานไปโรงเรียนได้
กริยาช่องที่ 2 rode ขี่   : He rode his bicycle past my house yesterday. เขาขี่จักรยานผ่านบ้านของฉันเมื่อวานนี้
กริยาช่องที่ 3 ridden ขี่   : I have never ridden a motorbike in my life. ผมไม่เคยขี่รถมอเตอร์ไซด์เลยในชีวิต

กริยาช่องที่ 1 ring ล้อม, ใส่ห่วง, กดกริ่ง, โทรศัพท์   : As soon as he sits, the phone rings again. ทันทีที่เขานั่งโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
กริยาช่องที่ 2 rang ล้อม, ใส่ห่วง, กดกริ่ง, โทรศัพท์   : He rang the doorbell. Still, no one answered.เขากดออดที่ประตู ยังคงเงียบสนิท ไม่มีใครตอบ
กริยาช่องที่ 3 rung ล้อม, ใส่ห่วง, กดกริ่ง, โทรศัพท์   : 

หมายเหตุ ring นิยมใช้เป็นคำนามมากกว่า กริยา
The dog gets excited whenever the doorbell rings. สุนัขตัวนั้นตื่นตระหนกเมื่อใดก็ตามที่เสียงกริ่งประตูดังขึ้น
กริยาช่องที่ 1 rise ลุกขึ้น, กำเนิดขึ้น   : The sun rises in the east. ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
กริยาช่องที่ 2 rose ลุกขึ้น, กำเนิดขึ้น   : He rose from the water and went into his tent. เขาขึ้นจากน้ำ และเข้าไปในเต็นท์
กริยาช่องที่ 3 risen ลุกขึ้น, กำเนิดขึ้น   : The sun had finally risen above the horizon, lighting up her path. ในที่สุด ดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้า ส่องแสงมายังเส้นทางของเธอ

กริยาช่องที่ 1 run วิ่ง   : A player can run with the ball. ผู้เล่นสามารถวิ่งไปกับฟุตบอลได้
กริยาช่องที่ 2 ran วิ่ง   : Oh!You just ran a red light! โอ้! คุณเพิ่งขับรถฝ่าไฟแดง
กริยาช่องที่ 3 run วิ่ง   : Have you ever run in a marathon before? คุณเคยวิ่งมาราธอนมาก่อนไหม

กริยาช่องที่ 1 say พูด   : Is it too late to say I'm sorry? มันสายเกินไปหรือเปล่า ที่ฉันจะบอกว่า ขอโทษ
กริยาช่องที่ 2 said พูด   : I apologize for what I said yesterday.ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่ฉันได้พูดไปเมื่อวาน
กริยาช่องที่ 3 said พูด   : He shouldn’t have said that. เขาไม่น่าพูดอย่างนั้นเลย

กริยาช่องที่ 1 see เห็น, พบ   : Did you see that girl in the pink dress? คุณเห็นผู้หญิงคนที่ใส่ชุดสีชมพูคนนั้นไหม
กริยาช่องที่ 2 saw เห็น, พบ   : I fell in love with you from the first time that I saw you. ฉันตกหลุมรักคุณ ตั้งแต่แรกพบ
กริยาช่องที่ 3 seen เห็น, พบ   : Have you seen him before? คุณเคยเห็นเขามาก่อนหรือเปล่า

กริยาช่องที่ 1 sell ขาย   : Here they sell lots of fake goods. ที่นี่มีคนขายของปลอมเยอะ
กริยาช่องที่ 2 sold ขาย   : He sold this car to me. เขาขายรถคันนี้ให้ผม
กริยาช่องที่ 3 sold ขาย   : I wish that he had not sold his car.ฉันไม่อยากให้เขาขายรถ

กริยาช่องที่ 1 send ส่ง   : I'm sorry. If I locate it, I will send it to you right away.ฉันขอโทษ ถ้าฉันพบมันฉันจะส่งให้คุณทันที
กริยาช่องที่ 2 sent ส่ง   : 
กริยาช่องที่ 3 sent ส่ง   : Some goods are sent by air. สินค้าบางอย่างถูกส่งมาทางเครื่องบิน / I don't know. Our clients haven't sent me anything yet.ฉันไม่รู้ ลูกค้าของเรายังไม่ได้ส่งอะไรให้ฉันเลย

กริยาช่องที่ 1 show แสดง, มาให้เห็น   : He didn't show up to the meeting.เขาไม่ได้ไปประชุม (เบี้ยวประชุม)
กริยาช่องที่ 2 showed แสดง, มาให้เห็น   : I'm glad you showed up.You look great.ผมยินดีที่คุณมา คุณดูดีมาก
กริยาช่องที่ 3 shown แสดง, มาให้เห็น   : He has already shown me the new car. เขาเอารถคันใหม่มาให้ผมดูแล้ว

กริยาช่องที่ 1 shut ปิด, หุบ, พับ   : I can’t shut the window. Can you help me? ฉันปิดหน้าต่างไม่ได้ คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม
กริยาช่องที่ 2 shut ปิด, หุบ, พับ   : Yesterday, the shop shut at 9pm. เมื่อวานนี้ร้านนั้นปิดตอน 3 ทุ่ม
กริยาช่องที่ 3 shut ปิด, หุบ, พับ   : The factory that has been shut down for 30 years. โรงงานนั้นปิดกิจการมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว

กริยาช่องที่ 1 sing ร้องเพลง   : We are singing Karaoke. เรากำลังร้องเพลงคาราโอเกะ
กริยาช่องที่ 2 sang ร้องเพลง   : He sang well last night. เมื่อคืนเขาร้องเพลงได้เพราะมาก
กริยาช่องที่ 3 sung ร้องเพลง   : 

กริยาช่องที่ 1 sit นั่ง   : I have been sitting here since six o’clock. ฉันนั่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ 6 โมงแล้ว
กริยาช่องที่ 2 sat นั่ง   : She sat there waiting hopefully for the phone to ring. เธอนั่งรอด้วยความหวังว่า จะมีโทรศัพท์มาหาเธอ
กริยาช่องที่ 3 sat นั่ง   : She has sat watching television all morning.เธอนั่งดูทีวีแต่เช้า

กริยาช่องที่ 1 sleep หลับ   : A:Tonight I won’t sleep at home. B:In that case, I’ll sleep first. A:คืนนี้ผมจะไม่นอนที่บ้าน B:ถ้างั้นฉันนอนก่อนนะ
กริยาช่องที่ 2 slept หลับ   : He slept in my house for many days. เขานอนอยู่ในบ้านของฉันหลายวันแล้ว
กริยาช่องที่ 3 slept หลับ   : He had slept for almost one hour. เขานอนหลับไปเกือบหนึ่งชั่วโมง

กริยาช่องที่ 1 speak พูด   : I won’t have the story end like this. I’ll speak out. ฉันไม่ยอมให้เรื่องหยุดแค่นี้หรอก ฉันจะพูด
กริยาช่องที่ 2 spoke พูด   : spoke about corruption nearly two hours. เขาพูดเกี่ยวกับการทุจริตเกือบ 2 ชั่วโมง
กริยาช่องที่ 3 spoken พูด   : If I had seen her, I would have spoken to her. ถ้าผมได้เจอเธอ ผมก็คงได้คุยกับเธอ

กริยาช่องที่ 1 spend ใข้เวลา, ใช้ชีวิต   : We should spend more time together. เราควรใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากกว่านี้
กริยาช่องที่ 2 spent ใข้เวลา, ใช้ชีวิต   : She spent two hours straightening her hair.เธอใช้เวลาสองชั่วโมงในการยืดผมของเธอ
กริยาช่องที่ 3 spent ใข้เวลา, ใช้ชีวิต   : He had spent all day glued to his toy. เขาใช้เวลาทั้งวันติดกาวกับของเล่นของเขา

กริยาช่องที่ 1 stand ยืน, วางอยู่   : 
กริยาช่องที่ 2 stood ยืน, วางอยู่   : He stood by the new car with a pleased smile. เขายืนอยู่ข้างรถใหม่ด้วยรอยยิ้มที่ปลื้มใจ
กริยาช่องที่ 3 stood ยืน, วางอยู่   : 

กริยาช่องที่ 1 steal ขโมย   :  Nobody can steal this car, it’s safe for sure. ไม่มีใครสามารถขโมยรถคันนี้ได้หรอก มันปลอดภัยแน่ ๆ
กริยาช่องที่ 2 stole ขโมย   : 
กริยาช่องที่ 3 stolen ขโมย   : 

กริยาช่องที่ 1 swim ว่ายน้ำ   : I can’t swim. ฉันว่ายน้ำไม่เป็น
กริยาช่องที่ 2 swam ว่ายน้ำ   : When you were young I swam every day. เมื่อตอนเด็ก ฉันว่ายน้ำทุกวัน
กริยาช่องที่ 3 swum ว่ายน้ำ   : 

กริยาช่องที่ 1 take พาไป, เอาไป   : Don't take advantage of me! อย่ามาเอาเปรียบฉัน (advantage = ผลประโยชน์)
กริยาช่องที่ 2 took พาไป, เอาไป   : He’s being greedy. He took all the cookies. เขากำลังทำตัวเป็นคนตะกละ เขาเอาขนมคุกกี้ไปหมดเลย
กริยาช่องที่ 3 taken พาไป, เอาไป   : We should have taken the BTS instead of a taxi. เราน่าจะขึ้นบีทีเอสมา แทนที่จะนั่งแท็กซี่

กริยาช่องที่ 1 teach สอน   : He will have been teaching English. เขาจะกำลังสอนภาษาอังกฤษ
กริยาช่องที่ 2 taught สอน   : 
กริยาช่องที่ 3 taught สอน   : 

กริยาช่องที่ 1 tell บอก   : Linda didn’t tell him. ลินดาไม่ได้บอกเขา /She tells him to get out. เธอบอกให้เขา ออกไปซะ
กริยาช่องที่ 2 told บอก   : I told him to come the following day. ฉันบอกเขาให้มาในวันรุ่งขึ้น
กริยาช่องที่ 3 told บอก   : We shouldn't have told Tom. เราไม่น่าบอกทอมเลย

กริยาช่องที่ 1 think คิด   : I think we had better get out of here fast. ผมคิดว่าเรารีบไปจากที่นี่ดีกว่า
กริยาช่องที่ 2 thought คิด   : I just thought of it. ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ (ภาษาอังกฤษ US)
กริยาช่องที่ 3 thought คิด   : I have just thought of it. ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ (ภาษาอังกฤษ UK)

กริยาช่องที่ 1 understand เข้าใจ   : Why did he decide like this? I don’t understand. ทำไมเขาถึงตัดสินใจเช่นนี้? ฉันไม่เข้าใจ
กริยาช่องที่ 2 understood เข้าใจ   : She cried softly when she understood what had happened. เธอร้องไห้ออกมาเบาๆ เมื่อเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
กริยาช่องที่ 3 understood เข้าใจ   : 

กริยาช่องที่ 1 wake ตื่น, ปลุก   : I’ll go and see you at home, I’ll wake you up. ฉันจะไปหาเธอที่บ้าน ปลุกเธอขึ้นมา
กริยาช่องที่ 2 woke ตื่น, ปลุก   : I woke up 2 times during the last night. เมื่อคืนฉันตื่นขึ้น 2 ครั้ง
กริยาช่องที่ 3 woken ตื่น, ปลุก   : He tells me he doesn’t know anything, he’s just woken up.เขาบอกฉันว่าเขาไม่รู้อะไรเลย เพิ่งตื่นเมื่อกี้นี้เอง

กริยาช่องที่ 1 wear สวมใส่   : Who was the girl who was wearing the red dress? ผู้หญิงสาวที่สวมชุดสีแดงคือใคร
กริยาช่องที่ 2 wore สวมใส่   : Some musicians don't like to wear rings when they're playing. นักดนตรีบางคน ไม่ชอบสวมแหวนเมื่อเล่นดนตรี
กริยาช่องที่ 3 worn สวมใส่   : 

กริยาช่องที่ 1 win ชนะ, ถูกรางวัล   : Did you win the lottery? Why the big smile?เธอถูกหวยหรือเปล่า ทำไมยิ้มหน้าบานเชียว
กริยาช่องที่ 2 won ชนะ, ถูกรางวัล   : He won the second prize last week.เขาได้รับรางวัลที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กริยาช่องที่ 3 won ชนะ, ถูกรางวัล   : He is excited because he has just won the lottery. เขารู้สึกตื่นเต้นเพราะเพิ่งถูกหวย

กริยาช่องที่ 1 write เขียน   : When you fill in the form, please write clearly in black ink. เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์มโปรดเขียนด้วยหมึกสีดำอย่างชัดเจน
กริยาช่องที่ 2 wrote เขียน   : He wrote stories and drew funny pictures for the publication. เขาเขียนเรื่องราวต่าง ๆ และวาดภาพตลกตีพิมพ์เป็นหนังสือ
กริยาช่องที่ 3 written เขียน   : The book is very well written. หนังสือเล่มนี้ได้รับการเขียนเป็นอย่างดี


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

English : 24 Tense
กริยาช่่วย 24 ตัว
การใช้ "Modal Verb"
Verb to be
Verb to be (be)
Verb to be (be-being-been)
Verb to be VS Verb to do
การใช้ can
การใช้ could
การใช้ Dare
การใช้ Verb to do
การใช้ Verb to have
การใช้ have to VS must
การใช้ have-been-had = โดนซะแล้ว
การใช้ shall
การใช้ should
การใช้ may
การใช้ must
การใช้ might
การใช้ need
การใช้ will
การใช้ would

การใช้ About
การใช้ Advice
การใช้ Advise
การใช้ Actually
การใช้ Adjective
การใช้ Admit
การใช้ Adverb
การใช้ Adverb again
การใช้ Adverb (ตำแหน่งของ Adverb)
Adverb ที่ไม่ใช่ Adverb
Adverb ที่ไม่ลงท้ายด้วย ly
การใช้ Adverb of degree
การใช้ Adverb of frequency
การใช้ Adverb of frequency (usually)
การใช้ Adverb of manner
การใช้ Adverb of place
การใช้ Adverb of time
การใช้ afford
การใช้ After
การใช้ ahead
การใช้ ago
การใช้ All
การใช้ Alone
การใช้ Along
การใช้ Also
การใช้ Always
การใช้ Allow
การใช้ Already
การใช้ and
การใช้ annoy
การใช้ Another-other
การใช้ appointment
การใช้ article กับสถานที่กิจกรรม
การใช้ as long as
การใช้ as well as
การใช้ ask
การใช้ at
การใช้ avoid
การใช้ beat lose defeat win = ชนะ
การใช้ Because
การใช้ Before
การใช้ Being
การใช้ But
การใช้ buy-bought-bought
การใช้ By
การใช้ Conjunctions
การใช้ Country
การใช้ date
การใช้ daily
การใช้ Education
การใช้ Ego
การใช้ Enjoy
การใช้ even
การใช้ ever
การใช้ Family
การใช้ Find
การใช้ Finish
การใช้ For
การใช้ Forget
การใช้ From
การใช้ gerund
กริยาตามด้วย Gerund
การใช้ get got gotten
การใช้ give
การใช้ going to
การใช้ go - went - gone
การใช้ hardly
การใช้ homework
การใช้ how
การใช้ if
การใช้ in
การใช้ into
การใช้ ing (การใช้ Verb + ing )
การใช้ it
การใช้ just

การใช้ keep

การใช้ Last
การใช้ Late
การใช้ leave
การใช้ like
การใช้ linking verb
การใช้ lonely
การใช้ love
การใช้ Lose /Lost / Loose
การใช้ make - do
การใช้ market
การใช้ more - anymore
การใช้ morning
การใช้ never
การใช้ not
การใช้ of
การใช้ off
การใช้ often - Frequently
การใช้ on
การใช้ only
การใช้ over
การใช้ Personal (adjective)
การใช้ Preposition
การใช้ Prepositions of Time (At / In / On)
การใช้ Promise
การใช้ Pronoun
การใช้ Questions 1
การใช้ Questions 2
การใช้ Regret
การใช้ Relation
การใช้ Relative clause
การใช้ say
การใช้ shop
การใช้ since
การใช้ smoke
การใช้ so
การใช้ sometimes
การใช้ someone who
การใช้ speaking of which
การใช้ still
การใช้ stop
การใช้ take
การใช้ than
การใช้ that
การใช้ then
การใช้ think
การใช้ time
การใช้ to
การใช้ today
การใช้ together
การใช้ tomorrow
การใช้ too
การใช้ up
การใช้ used to
การใช้ Verb ing
การใช้ชื่อเรียก Verb
การใช้ wait
การใช้ want
การใช้ What
การใช้ With
การใช้ When
การใช้ Whenever
การใช้ Where
การใช้ whether
การใช้ which
การใช้ wish
การใช้ who
การใช้ whom
การใช้ why

การใช้ yesterday

ภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_A-F
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_G-Z
คำว่า "เคย" ในภาษาอังกฤษ
รวมประโยค และคำ ที่มักใช้ผิด
รวมประโยคเกี่ยวกับ นิสัย
รวมประโยคเกี่ยวกับ งาน (คุณอยากเป็นอะไร)
รวมประโยคเกี่ยวกับ เหตุผล - ผลกระทบ
คำว่า น่าสนใจ ภาษาอังกฤษ
วัน เวลา ภาษาอังกฤษ
เจ็บป่วย ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร
การออกเสียงภาษาอังกฤษของโฟเนติกส์


การใช้ Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)
การใช้ Past Simple Continuous Tense (อดีตกาลต่อเนื่อง)
การใช้ Past Perfect Tense (อดีตกาล สมบูรณ์)
การใช้ Past Perfect Continuous Tense (อดีตกาล สมบูรณ์ ต่อเนื่อง)

การใช้ Present Simple Tense
การใช้ Present Perfect Tense
การใช้ Present Continuous Tense
การใช้ Present Perfect Continuous Tense

การใช้ Future Simple Tense
การใช้ Future Perfect Continuous Tense

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ / ข้อสอบภาษาอังกฤษ
รวมตัวอย่างประโยคที่ใช้ Adverb และ Adjective
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในข้อสอบ TOEIC
คำศัพท์ TOEFL 1580 พร้อมคำแปล

เรียนภาษาอังกฤษกับ BBC
1. ระดับเริ่มฝึกหัด
(Essential English Conversation)


2. ระดับกลาง
(English on the Street)


3. ระดับกลางตอนปลาย
(English in the News)


Drama
(บทละคร เรื่องเล่า มีบทพูด)


6 Minute English
(วิดีโอบทสนทนา 6 นาที)


BBC Learning English Course Information
(ข้อมูลหลักสูตร BBC Learning English)


Learn Business English
(เรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ เกี่ยวกับเคล็ดลับการซื้อขาย)


Learn english with voa news improve english
ภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน ฟังข่าวภาษาอังกฤษ พร้อมซับ






























ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น