โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

วัน เวลา ภาษาอังกฤษ

ความรู้เบื้องต้น
(UK)= United Kingdom
(US) = United States
(USA) = United States of America
(UK) ภาษาอังกฤษ ของชาวสหราชอาณาจักร /ชาวอังกฤษ British/บริทิช
(US) ภาษาอังกฤษ ของชาวอเมริกัน ประเทศอเมริกา

(UK) จะเขียน วันที่ - เดือน - ปี
(US) จะเขียน เดือน - วันที่ - ปี

(UK) จะเขียน 14 February 2015
(US) จะเขียน February 14, 2015

(UK) จะเขียน Sunday the 14th of February, 2015
(US) จะเขียน Sunday, February 14, 2015
ให้สังเกตการเรียง วัน เดือน ปี ของชาวอังกฤษ จะกับประเทศไทย


วันอาทิตย์ Sunday อ่านว่า ซันเดย์ Sun
วันจันทร์ Monday อ่านว่า มันเดย์ Mon
วันอังคาร Tuesday อ่านว่า ทิวสเดย์ Tue
วันพุธ Wednesday อ่านว่า เวนสเดย์ Wed
วันพฤหัสบดี Thursday อ่านว่า เธอร์สเดย์ Thu
วันศุกร์ Friday อ่านว่า ไฟรเดย์ Fri
วันเสาร์ Saturday อ่านว่า แซทเทอร์เดย์ Sat

1. เดือนมกราคม January อ่านว่า แจนยิวเอริ เขียนย่อ Jan
2. เดือนกุมภาพันธ์ February อ่านว่า เฟบรุเอริ เขียนย่อ Feb
3. เดือนมีนาคม March อ่านว่า มาร์ช เขียนย่อ Mar
4. เดือนเมษายน April อ่านว่า เอพริล เขียนย่อ Apr
5. เดือนพฤศภาคม May อ่านว่า เมย์ เขียนย่อ May
6. เดือนมิถุนายน June อ่านว่า จูน เขียนย่อ Jun
7. เดือนกรกฏาคม July อ่านว่า จูไล เขียนย่อ Jul
8. เดือนสิงหาคม August อ่านว่า ออกัสท์ เขียนย่อ Aug
9. เดือนกันยายน September อ่านว่า เซ็พเทมเบอร์ เขียนย่อ Sep
10. เดือนตุลาคม October อ่านว่า อ๊อคโทเบอร์ เขียนย่อ Oct
11. เดือนพฤศจิกายน November อ่านว่า โนเวมเบอร์ เขียนย่อ Nov
12. เดือนธันวาคม December อ่านว่า ดีเซมเบอร์ เขียนย่อ Dec



ลำดับเลข และลำดับวันที่
ลำดับ
เลข-อักษรกำกับ
ภาษาอังกฤษ
คำอ่าน
ความหมาย
1 1st first เฟิสท ที่ หนึ่ง
2 2nd second เซ็คคั่น ที่ สอง
3 3rd third เธิด ที่ สาม
4 4th fourth ฟอร์ธ ที่ สี่
5 5th fifth ฟิฟธ ที่ ห้า
6 6th sixth ซิกซธ ที่ หก
7 7th seventh เซ็ฝเวินธ ที่ เจ็ด
8 8th eighth เอทธ ที่ แปด
9 9th ninth ไนนธ ที่ เก้า
10 10th tenth เท็นธ ที่ สิบ
11 11th eleventh อิเล็ฝเวินธ ที่ สิบเอ็ด
12 12th twelfth เทว็ลฟธ ที่ สิบสอง
13 13th thirteenth เธอที๊นธ ที่ สิบสาม
14 14th fourteenth ฟอที๊นธ ที่ สิบสี่
15 15th fifteenth ฟิฟที๊นธ ที่ สิบห้า
16 16th sixteenth ซิกซที๊นธ ที่ สิบหก
17 17th seventeenth เซ็ฝเวินที๊นธ ที่ สิบเจ็ด
18 18th eighteenth เอทที๊นธ ที่ สิบแปด
19 19th nineteenth ไนนที๊นธ ที่ สิบเก้า
20 20th twentieth เทว็นทิเอ็ธ ที่ ยี่สิบ
21 21st twenty-first ทเว็นทิเฟิสท ที่ ยี่สิบเอ็ด
22 22nd twenty-second เทว็นทิเซ๊เคินด ที่ ยี่สิบสอง
23 23rd twenty-third เทว็นทิเธิด ที่ ยี่สิบสาม
24 24th twenty-fourth เทว็นทิฟอธ ที่ ยี่สิบสี่
25 25th twenty-fifth เทว็นทิฟิฟธ ที่ ยี่สิบห้า
26 26th twenty-sixth เทว็นทิซิกซธ ที่ ยี่สิบหก
27 27th twenty-seventh เทว็นทิเซ็ฝเวินธ ที่ ยี่สิบเจ็ด
28 28th twenty-eighth เทว็นทิเอทธ ที่ ยี่สิบแปด
29 29th twenty-ninth เทว็นทิไนนธ ที่ ยี่สิบเก้า
30 30th thirtieth เธ๊อทิเอ็ธ ที่ สามสิบ
31 31st thirty-first เธ๊อทิเฟิสท ที่ สามสิบเอ็ด


การเขียนวันที่แบบอเมริกัน (US)
การเขียนวันที่แบบบริทิต(UK)
การเขียนวันที่แบบไทย(TH)
January   1 st   2017 1 st   January   2017 วันที่ 1 มกราคม 2560
January   2 nd   2017 2 nd   January   2017 วันที่ 2 มกราคม 2560
January   3 rd   2017 3 rd   January   2017 วันที่ 3 มกราคม 2560
January   4 th   2017 4 th   January   2017 วันที่ 4 มกราคม 2560
January   5 th   2017 5 th   January   2017 วันที่ 5 มกราคม 2560
January   6 th   2017 6 th   January   2017 วันที่ 6 มกราคม 2560
January   7 th   2017 7 th   January   2017 วันที่ 7 มกราคม 2560
January   8 th   2017 8 th   January   2017 วันที่ 8 มกราคม 2560
January   9 th   2017 9 th   January   2017 วันที่ 9 มกราคม 2560
January   10 th   2017 10 th   January   2017 วันที่ 10 มกราคม 2560
January   11 st   2017 11 st   January   2017 วันที่ 11 มกราคม 2560
January   12 nd   2017 12 nd   January   2017 วันที่ 12 มกราคม 2560
January   13 rd   2017 13 rd   January   2017 วันที่ 13 มกราคม 2560
January   14 th   2017 14 th   January   2017 วันที่ 14 มกราคม 2560
January   15 th   2017 15 th   January   2017 วันที่ 15 มกราคม 2560
January   16 th   2017 16 th   January   2017 วันที่ 16 มกราคม 2560
January   17 th   2017 17 th   January   2017 วันที่ 17 มกราคม 2560
January   18 th   2017 18 th   January   2017 วันที่ 18 มกราคม 2560
January   19 th   2017 19 th   January   2017 วันที่ 19 มกราคม 2560
January   20 th   2017 20 th   January   2017 วันที่ 20 มกราคม 2560
January   21 st   2017 21 st   January   2017 วันที่ 21 มกราคม 2560
January   22 nd   2017 22 nd   January   2017 วันที่ 22 มกราคม 2560
January   23 rd   2017 23 rd   January   2017 วันที่ 23 มกราคม 2560
January   24 th   2017 24 th   January   2017 วันที่ 24 มกราคม 2560
January   25 th   2017 25 th   January   2017 วันที่ 25 มกราคม 2560
January   26 th   2017 26 th   January   2017 วันที่ 26 มกราคม 2560
January   27 th   2017 27 th   January   2017 วันที่ 27 มกราคม 2560
January   28 th   2017 28 th   January   2017 วันที่ 28 มกราคม 2560
January   29 th   2017 29 th   January   2017 วันที่ 29 มกราคม 2560
January   30 th   2017 30 th   January   2017 วันที่ 30 มกราคม 2560
January   31 st   2017 31 st   January   2017 วันที่ 31 มกราคม 2560

หมายเหตุ ให้สังเกต ลำดับที่ 1, 2, 3 และลำดับที่ลงท้ายด้วย 1, 2, 3 จะมีอักษรกำกับแตกต่างจากลำดับอื่น ที่ลงท้ายด้วย thทั้งหมด

ตัวอย่าง การเขียนวันที่ แบบอเมริกันโดย ไม่ต้องใส่ th
- Thomas Alva Edison was born on February eleventh, eighteen forty-seven.
หรือเขียนอีกแบบนึงได้ว่า
- Thomas Alva Edisosn was born on February 11, 1847.
โทมัสอัลวาเอดิสันเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847

ตัวอย่าง การเขียนวันที่ ที่แปลว่า " ถึง " โดยใชัเครื่องหมายขีด (ใช้กับช่วงชีวิต หรือช่วงเวลาต่าง ๆ)
Thomas Alva Edison (February 11, 1847 – October 18, 1931)
โทมัสอัลวาเอดิสัน (11 กุมภาพันธ์ 1847 "ถึง" 18 ตุลาคม 1931)
หมายถึง โทมัสอัลวาเอดิสัน เกิดปี 1847 เสียชีวิตปี 1931 เมื่อนำมาลบกันจะได้ว่า อายุ 84ปี



เครดิต : BBC


Years ปี
Days วัน
Hours ชั่วโมง
Minutes นาที
Seconds วินาที
Milliseconds มิลลิวินาที

การเขียนบอกเวลา โดยไม่ระบุ a.m. หรือ p.m. อาจแปลได้ 2 ความหมาย
เวลา(ตัวเลข) / เวลา(ตัวหนังสือ)
คำอ่าน
เวลา(ตีหนึ่ง ถึง เที่ยงวัน)
เวลา(บ่ายโมง ถึง เที่ยงคืน)
1.00 / one o’clock วัน โอคล๊อค ตีหนึ่ง สิบสามนาฬิกา (บ่ายโมง)
2.00 / two o’clock ทู โอคล๊อค ตีสอง สิบสี่นาฬิกา (บ่ายสองโมง)
3.00 / three o’clock ทรี โอคล๊อค ตีสาม สิบห้านาฬิกา (บ่ายสามโมงเย็น)
4.00 / four o’clock โฟร์ โอคล๊อค ตีสี่ สิบหกนาฬิกา (สี่โมงเย็น)
5.00 / five o’clock ไฟว์ โอคล๊อค ตีห้า สิบเจ็ดนาฬิกา (ห้าโมงเย็น)
6.00 / six o’clock ซิก โอคล๊อค หกโมง(หกโมงเช้า) สิบแปดนาฬิกา (หกโมงเย็น)
7.00 / seven o’clock เซเฝ่น โอคล๊อค เจ็ดโมง สิบเก้านาฬิกา (หนึ่งทุ่ม)
8.00 / eight o’clock เอจ โอคล๊อค แปดโมง ยี่สิบนาฬิกา (สองทุ่ม)
9.00 / nine o’clock ไนท์ โอคล๊อค เก้าโมง ยี่สิบเอ็ดนาฬิกา (สามทุ่ม)
10.00 / ten o’clock เทน โอคล๊อค สิบโมง ยี่สิบสองนาฬิกา (สี่ทุ่ม)
11.00 / eleven o’clock อีเลเฝ่น โอคล๊อค สิบเอ็ดโมง ยี่สิบสามนาฬิกา (ห้าทุ่ม)
12.00 / twelve o’clock ทะเว่ลฟ โอคล๊อค สิบสองนาฬิกา ยี่สิบสี่นาฬิกา (เที่ยงคืน)

It is one o'clock. เวลา หนึ่ง นาฬิกา
It is two o'clock. เวลา สอง นาฬิกา
It is three o'clock. เวลา สาม นาฬิกา
It is four o'clock. เวลา สี่ นาฬิกา
It is five o'clock. เวลา ห้า นาฬิกา
It is six o'clock. เวลา หก นาฬิกา
It is seven o'clock. เวลา เจ็ด นาฬิกา
It is eight o'clock. เวลา แปด นาฬิกา
It is nine o'clock. เวลา เก้า นาฬิกา
It is ten o'clock. เวลา สิบ นาฬิกา
It is eleven o'clock. เวลา สิบเอ็ด นาฬิกา
It is twelve o'clock. เวลา สิบสอง นาฬิกา

หมายเหตุ O'clock จะใช้ในกรณี นาฬิกา ไมมีเศษเป็นนาที
midnight เที่ยงคืน
midday เที่ยงวัน
noon เที่ยงวัน
am เที่ยงคืน ถึง เที่ยงวัน
pm เที่ยงวัน ถึง เที่ยงคืน
in the moning. หลังเที่ยงคืน ถึง เที่ยงวัน
in the afternoon. หลังเที่ยงวัน ถึง เที่ยงคืน
in the evening. ตอนเย็น
at night. ตอนกลางคืน

ในภาษาอังกฤษจะ นับเวลาแค่ 12 ชั่วโมง แยกกลางวัน และกลางคืน
ในประเทศไทย นับเวลา 24 ชั่วโมง โดยรวมกลางวัน และกลางคืนไว้ด้วยกัน

ในภาษาอังกฤษจะ เริ่มนับ 1 ตอนตีหนึ่ง จนกระทั่งถึง 12 คือตอนเที่ยงวัน (midday / noon)
และเริ่มนับ 1 ตอนบ่ายโมง จนกระทั่งถึง 12 คือเที่ยงคืน (midnight)


จำนวนตัวเลข ภาษาอังกฤษ
จำนวนนับ
ภาษาอังกฤษ
คำอ่าน
1 one วัน
2 two ทู
3 three ธรี
4 four โฟร์
5 five ไฟฟ์
6 six ซิกส์
7 seven เซ-เฝ่น
8 eight  เอจท
9 nine  ไนน์
10 ten  เท็น
11 eleven อิ-เล-เฝ่น 
12 twelve ทเวลฟ์ 
13 thirteen เธอร์-ทีน 
14 fourteen โฟร์-ทีน 
15 fifteen ฟิฟ-ทีน 
16 sixteen ซิกส์-ทีน 
17 seventeen  เซ-เฝ่น-ทีน
18 eighteen  เอจท-ทีน
19 nineteen  ไนน์-ทีน
20 twenty  ทเวนทิ่
21 twenty-one  ทเวนทิ-วัน
22  twenty-two ทเวนทิ-ทู 
23  twenty-three ทเวนทิ-ธรี 
24  twenty-four ทเวนทิ-โฟร์ 
25 twenty-five  ทเวนทิ-ไฟฟ์
26 twenty-six ทเวนทิ-ซิกส์ 
27 twenty-seven ทเวนทิ-เซ-เฝ่น 
28 twenty-eight ทเวนทิ-เอจท 
29 twenty-nine ทเวนทิ-ไนน์ 
30 thirty เธอร์ทิ 
31  thirty-one  เธอร์ทิ-วัน
32 thirty-two เธอร์ทิ-ทู 
33 thirty-three เธอร์ทิ-ธรี 
34 thirty-four เธอร์ทิ-โฟร์ 
35 thirty-five เธอร์ทิ-ไฟฟ์ 
36 thirty-six เธอร์ทิ-ซิกส์ 
37 thirty-seven เธอร์ทิ-เซ-เฝ่น 
38 thirty-eight เธอร์ทิ-เอจท 
39 thirty-nine เธอร์ทิ-ไนน์ 
40 forty  โฟร์ทิ
41 forty-one  โฟร์ทิ-วัน
42 forty-two โฟร์ทิ-ทู 
43 forty-three โฟร์ทิ-ธรี 
44 forty-four โฟร์ทิ-โฟร์ 
45 forty-five โฟร์ทิ-ไฟฟ์ 
46 forty-six โฟร์ทิ-ซิกส์ 
47 forty-seven โฟร์ทิ-เซ-เฝ่น 
48 forty-eight โฟร์ทิ-เอจท 
49 forty-nine โฟร์ทิ-ไนน์ 
50 fifty ฟิฟทิ 
51 fifty-one ฟิฟทิ-วัน
52 fifty-two ฟิฟทิ-ทู 
53 fifty-three ฟิฟทิ-ธรี 
54 fifty-four ฟิฟทิ-โฟร์ 
55 fifty-five ฟิฟทิ-ไฟฟ์
56 fifty-six ฟิฟทิ-ซิกส์ 
57 fifty-seven ฟิฟทิ-เซ-เฝ่น 
58 fifty-eight ฟิฟทิ-เอจท 
59 fifty-nine ฟิฟทิ-ไนน์ 
60 sixty ซิกส์ทิ 
61 sixty-one ซิกส์ทิ-วัน 
62 sixty-two ซิกส์ทิ-ทู 
63 sixty-three ซิกส์ทิ-ธรี 
64 sixty-four ซิกส์ทิ-โฟร์ 
65 sixty-five ซิกส์ทิ-ไฟฟ์ 
66 sixty-six ซิกส์ทิ-ซิกส์ 
67 sixty-seven ซิกส์ทิ-เซ-เฝ่น 
68 sixty-eight ซิกส์ทิ-เอจท 
69 sixty-nine ซิกส์ทิ-ไนน์ 
70 seventy เซเฝ่นทิ 
71 seventy-one  เซเฝ่นทิ-วัน
72 seventy-two เซเฝ่นทิ-ทู 
73 seventy-three เซเฝ่นทิ-ธรี 
74 seventy-four เซเฝ่นทิ-โฟร์ 
75 seventy-five เซเฝ่นทิ-ไฟฟ์ 
76 seventy-six เซเฝ่นทิ-ซิกส์ 
77 seventy-seven เซเฝ่นทิ-เซ-เฝ่น 
78 seventy-eight เซเฝ่นทิ-เอจท
79 seventy-nine เซเฝ่นทิ-ไนน์ 
80 eighty เอจทิ 
81  eighty-one เอจทิ-วัน
82 eighty-two เอจทิ-ทู 
83 eighty-three เอจทิ-ธรี 
84 eighty-four เอจทิ-โฟร์ 
85 eighty-five เอจทิ-ไฟฟ์ 
86 eighty-six เอจทิ-ซิกส์ 
87 eighty-seven เอจทิ-เซ-เฝ่น 
88 eighty-eight เอจทิ-เอจท 
89 eighty-nine เอจทิ-ไนน์ 
90 ninety ไนน์ทิ 
91 ninety-one ไนน์ทิ-วัน 
92 ninety-two ไนน์ทิ-ทู 
93 ninety-three ไนน์ทิ-ธรี 
94 ninety-four ไนน์ทิ-โฟร์ 
95 ninety-five ไนน์ทิ-ไฟฟ์ 
96 ninety-six ไนน์ทิ-ซิกส์ 
97 ninety-seven ไนน์ทิ-เซ-เฝ่น 
98 ninety-eight ไนน์ทิ-เอจท 
99 ninety-nine ไนน์ทิ-ไนน์ 
100 one hundred วัน-ฮันเดรด 


วลี/กลุ่มคำที่เกี่ยวกับวัน เวลา
เวลาในอดีตที่ผ่านมา
the day before yesterday เมื่อวานซืน
yesterday เมื่อวาน
last night เมื่อคืนนี้
yesterday morning เช้าวานนี้
yesterday afternoon บ่ายวานนี้
yesterday evening เย็นวานนี้

the previous day วันก่อน
the previous week สัปดาห์ก่อน
the previous month เดือนก่อน
the previous year ปีก่อน

last week สัปดาห์ที่แล้ว

last month เดือนที่แล้ว
late last month ปลายเดือนที่แล้ว


last year ปีที่แล้ว
late last year ปลายปีที่แล้ว


in the last three weeks ในช่วงสามสัปดาห์ที่แล้ว, ในช่วงสามสัปดาห์ก่อน
in the last three months ในช่วงสามเดือนที่แล้ว, ในช่วงสามเดือนก่อน
in the last three years ในช่วงสามปีที่แล้ว, ในช่วงสามปีก่อน


five minutes ago ห้านาทีที่แล้ว
ten minutes ago สิบนาทีที่แล้ว

an hour ago หนึ่งชั่วโมงที่แล้ว
two hours ago สองชั่วโมงที่แล้ว

a week ago หนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว
two weeks ago สองสัปดาห์ที่แล้ว

a month ago หนึ่งเดือนที่แล้ว
two months ago สองเดือนที่แล้ว
in the past two months ในช่วงสองเดือนที่แล้ว, ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
several months ago หลายเดือนก่อน

a year ago หนึ่งปีที่แล้ว
a few months later ไม่กี่เดือนต่อมา
a few years later ไม่กี่ปีต่อมา
several years ago หลายปีก่อน
two years ago สองปีที่แล้ว
in the past two years ในช่วงสองปีที่แล้ว, ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
a long time ago นานมาแล้ว

เวลาในปัจจุบัน
tonight คืนนี้
today วันนี้
up to the present time จนกระทั่งถึงเวลานี้
until now จนกระทั่งเดี๋ยวนี้
so far จนถึงตอนนี้
at last ในที่สุด


เวลาในอนาคต
tomorrow night พรุ่งนี้เย็น, คืนพรุ่งนี้
tomorrow วันพรุ่งนี้

the day after tomorrow วันมะรืนนี้
tomorrow morning พรุ่งนี้เช้า
tomorrow afternoon พรุ่งนี้บ่าย
tomorrow evening พรุ่งนี้เย็น


next week สัปดาห์หน้า
next month เดือนหน้า
next year ปีหน้า

the following day วันรุ่งขึ้น
the following week สัปดาห์หน้า
the following month เดือนหน้า
the following year ปีหน้า

in the morning ตอนเช้า
in the afternoon ตอนบ่าย
in the evening ตอนเย็น

this morning เช้าวันนี้
this afternoon บ่ายวันนี้
this evening เย็นวันนี้
this week สัปดาห์นี้

this month เดือนนี้
This month เดือนนี้
this year ปีนี้


in the first three months of this year ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้

about every six months. ประมาณทุก ๆหกเดือน
every six months ทุก ๆหกเดือน
usually at around six months ปกติประมาณหกเดือน, ปกติใช้เวลาประมาณหกเดือน


during the Second World War ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
after World War Two หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง
in the First World War ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
less than three months before ไม่ถึงสามเดือนก่อนที่...
from a few months to a lifetime จากไม่กี่เดือน ไปจนถึงตลอดชีวิต
for six months after graduation เป็นเวลาหกเดือน หลังจากจบการศึกษา


for three months เป็นเวลาสามเดือน
for six months เป็นเวลาหกเดือน
for ten months เป็นเวลาสิบเดือน

for more than a month นานกว่าหนึ่งเดือน
for more than three months นานกว่าสามเดือน

for more than a year นานกว่าหนึ่งปี
for more than three years นานกว่าสามปี

A report this week รายงานในสัปดาห์นี้
A report this month รายงานในเดือนนี้
A report this year รายงานในปีนี้


at the beginning of February ต้นเดือนกุมภาพันธ์
earlier this month ต้นเดือนนี้
earlier this year ต้นปีนี้
in mid-February กลางเดือนกุมภาพันธ์
at the end of February ปลายเดือนกุมภาพันธ์
by the end of February ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์


someday สักวัน
some days บางวัน
once a day วันละครั้ง
once a week สัปดาห์ละครั้ง
once a month เดือนละครั้ง
once a year ปีละครั้ง


in five minutes' time ภายในห้านาที
in five minutes ภายในห้านาที

in ten minutes' time ภายในสิบนาที
in ten minutes ภายในสิบนาที

in an hour's time ภายในหนึ่งชั่วโมง
in an hour ภายในหนึ่งชั่วโมง

in a week's time ภายในหนึ่งสัปดาห์
in a week ภายในหนึ่งสัปดาห์

in ten days' time ภายในสิบวัน
in ten days ภายในสิบวัน

in three weeks' time ภายในสามสัปดาห์
in three weeks ภายในสามสัปดาห์

in two months' time ภายในสองเดือน
in two months ภายในสองเดือน
in three months ภายในสามเดือน

in five years' time ภายในห้าปี
in five years ภายในห้าปี
in ten years ภายในสิบปี


since 1991 ตั้งแต่ปี 1991
since last year ตั้งแต่ปีที่แล้ว
since he was young ตั้งแต่เขาอายุยังน้อย
since I last saw you ตั้งแต่ที่ฉันเจอคุณครั้งสุดท้าย
since school finished ตั้งแต่จบจากโรงเรียน
since she lost weight ตั้งแต่หล่อนลดน้ำหนักลง
since he won the lottery ตั้งแต่ที่เขาถูกล๊อตเตอรี่
since I came to live here ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่
since losing my best friend ตั้งแต่การสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน



the 19th century ศตวรรษที่ 19
nineteen century ศตวรรษที่ 19

In the nineteen seventies ในปี 1970
in nineteen seventy-six ในปี 1976
in nineteen eighty-eight ในปี 1988

the 20th century ศตวรรษที่ 20
twenty century ศตวรรษที่ 20

the 21st century ศตวรรษที่ 21
twenty-first century ศตวรรษที่ 21


at bedtime เวลานอน
at noon ตอนเที่ยง
at dinnertime เวลาอาหารค่ำ
at 8 o'clock เวลา 8 โมง
at 10.30 am เวลา 8.30 โมงครึ่ง
at the moment ในตอนนี้
in the future ในอนาคต
in the past ในอดีตที่ผ่านมา
on my birthday วันเกิดของฉัน
on 14 February วันที่ 14 กุมภาพันธ์
Friday, 14 February วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์


in + ชื่อเดือน
มีความหมายว่า ในเดือน...
in January ในเดือนมกราคม
in February ในเดือนกุมภาพันธ์
in March ในเดือนมีนาคม
in April ในเดือนเมษายน
in May ในเดือนพฤษภาคม
in June ในเดือนมิถุนายน
in July ในเดือนกรกฎาคม
in August ในเดือนสิงหาคม
in September ในเดือนกันยายน
in October ในเดือนตุลาคม
in November ในเดือนพฤศจิกายน
in December ในเดือนธันวาคม


for + จำนวน + month(s)
มากกว่า 1 เดือนเติม S ที่ท้าย month เช่น months
มีความหมายว่า (จำนวน 1, 2, 3 xxx)เดือน...
1 one วัน
2 two ทู
3 three ธรี
4 four โฟร์
5 five ไฟฟ์
6 six ซิกส์
7 seven เซ-เฝ่น
8 eight เอจท
9 nine ไนน์
10 ten เทน

for one month เป็นเวลา 1 เดือน
for two months เป็นเวลา 2 เดือน
for three months เป็นเวลา 3 เดือน
for four months เป็นเวลา 4 เดือน
for five months เป็นเวลา 5 เดือน
for six months เป็นเวลา 6 เดือน
for seven months เป็นเวลา 7 เดือน
for eight months เป็นเวลา 8 เดือน
for nine months เป็นเวลา 9 เดือน
for ten months เป็นเวลา 10 เดือน


every now and again (idm) เป็นครั้งคราว
every now and then (idm) เป็นครั้งคราว
every once in a while (idm) เป็นครั้งคราว

occasional(adj) แล้วแต่โอกาส,เป็นครั้งคราว


การพูดถึงเวลา อาจแปลจากบริบทหรือสถานการณ์ ที่คุยกัน
It was six o'clock. เมื่อตอนหกโมงเช้าที่ผ่านมา
It is six o'clock sharp. เวลาหกโมงตรง
It's nearly six o'clock. เกืบจะหกโมงเช้าแล้ว
It's only six o'clock. แค่หกโมงเช้าเอง
It is just six o'clock. เพิ่งจะหกโมงเช้า
Is it about ten o'clock? ประมาณสี่ทุ่ม
We will eat at six o'clock. เราจะทานข้าวตอนหกโมงเช้า
He slept until ten o'clock. เขานอนจนกระทั่งสิบโมงเช้าเลย
Come at two o'clock. มาตอนบ่ายสองโมงนะ
I sleep at ten o'clock. ฉันนอนตอนสี่ทุ่ม


วันเวลาทั่วไป สามารถใช้ 3 แบบ (อดีต, ปัจจุบัน และอนาคต)
ตัวอย่าง

in the morning
He got up in the morning.
เขาตื่นเมื่อเช้านี้ (ใช้แบบอดีต)

I always get up in the morning.
ฉันตื่นเช้าเสมอ (ใช้แบบปัจจุบัน)

We will have to go tomorrow in the morning.
เราจะต้องไปพรุ่งนี้ในตอนเช้า (ใช้แบบอนาคต)


wake up = ตื่นแล้วแต่ยังไม่ลุก ยังนอนอยู่บนเตียง
get up = ตื่นแล้วลุกขึ้นแล้ว



เกี่ยวกับอายุ
- What ages?
อายุเท่าไรครับ

- I’m 30.
ผมอายุ 30 ปีครับ.

- He’s under 18.
เขาอายุต่ำกว่า 18

- How old is he?
เขาอายุเท่าไหร่ครับ

- How old are you?
คุณอายุเท่าไร

- How old are they?
พวกเขาอายุเท่าไร

- I am 30 years old.
อายุ 30 สิบปี

- He is 18 years old.
เขามีอายุ 18 ปี

- She’s over 18.
เธออายุมากกว่า 18 แล้ว

- Is it still valid?
ยังไม่หมดอายุใช่ไหมคะ

- She is junior to me.
หล่อนอายุน้อยกว่าฉัน

- She is 20 something.
หล่อนอายุ20กว่าๆ

- When were you born?
คุณเกิดเมื่อไร

- I am thirty years old.
ผมมีอายุ 30 ปี

- I guess he's about 20.
ฉันเดาว่าเขาอายุราว 20 ปี

- She is younger than me.
หล่อนอายุน้อยกว่าฉัน

- When is your birthday?
คุณเกิดวันที่เท่าไร

- I’m twenty-five years old.
ฉันอายุ 25 ปี

- I came here when I was 15.
ฉันมาที่นี่ตอนอาย 15 ปี

- She was twenty last week.
เธออายุ 20 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

- How old do you think I am?
คุณคิดว่าฉันอายุเท่าไร

- He looks older than his age.
เขาดูแก่กว่าอายุ

- You're 3 years older than me.
คุณอายุมากกว่าฉัน 3 ปี

- Can you tell his age?
คุณดูออก(บอกได้) ไหมว่าเขาอายุเท่าไร?



- Expiration date? วันหมดอายุ
- It expires next month. หมดอายุเดือนหน้าครับ
- My passport has expired. หนังสือเดินทางของฉันหมดอายุแล้ว
- Your policy has expired. กรมธรรมประกันภัยของคุณหมดอายุแล้ว
- Your license has expired. ใบอนุญาตของคุณหมดอายุแล้ว

วัน
- Is today possible?
วันนี้เป็นไปได้ไหม

- It's Monday today.
วันนี้คือวันจันทร์

- Sunday is a holiday.
วันอาทิตย์เป็นวันหยุด

- What day is it today?
วันนี้คือวันอะไร

- Today wholesale only.
วันนี้ขายส่งอย่างเดียว

- May I have a day off?
ผมจะขอลาหยุดได้ไหมครับ

- Is today OK?
วันนี้ ตกลง ดีไหม/ สะดวกไหม

- Are you free next Monday?
วันจันทร์หน้า คุณว่างไหม?

- Yesterday I was home all day.
เมื่อวานนี้ฉันอยู่บ้านทั้งวันเลย

- Saturday is a half day holiday.
วันเสาร์เป็นวันหยุดครึ่งวัน

- Are you available next Monday?
วันจันทร์หน้า คุณว่างไหม?

- Monday comes before Tuesday.
วันจันทร์ มาก่อนวันอังคาร

- I did my homework all day long.
ฉันทำการบ้านตลอดวัน

- Sunday is the finish of a race.
วันอาทิตย์ เป็นวันสิ้นสุดลงของการแข่งขัน

- Please pop in when you have free time.
โปรดแวะไปเยี่ยมกันบ้างเมื่อนายมีเวลาว่าง

- Your free time does not fit in with mine.
เวลาว่างของคุณไม่ตรงกับผม

- A dark rainy day is gloomy.
ในวันฝนตกอากาศมืดครึ้ม ย่อมทำให้จิตใจหดหู่

รวมประโยคตัวอย่าง ที่เกี่ยวกับเวลา
- When is it?
เมื่อไรครับ

- Are you awake?
นายตื่นหรือยังเนี่ย

- What time is it?
ตอนนี้กี่โมง

- What time is it?
เวลาเท่าไรครับ

- When did she call?
ไม่รู้ เธอโทรมาเมื่อไร

- When do we arrive?
เราจะถึงเมื่อไร

- When will he come?
เมื่อไรเขาจะมา

- It's time to get up.
ได้เวลาตื่นแล้ว

- Did I wake you up?
ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า

- When did you arrive?
มาเมื่อไหร่

- Nobody is awake yet.
ยังไม่มีใครตื่นเลย

- What time will we go?
เราจะไปกันเมื่อไหร่

- When can you send it?
จะส่งได้เมื่อไร

- When will you arrive?
คุณจะมาถึงเมื่อไร

- What time is checkout?
เช็คเอ้าท์ กี่โมง

- When can I pick it up?
ฉันจะมารับรถได้เมื่อไรคะ

- When are we sailing?
เราจะออกเดินทางเมื่อไรครับ

- When will it be ready?
จะเสร็จเมื่อไหร่

- When will it be ready?
เมื่อไรถึงจะเสร็จ

- What time does it open?
เปิดกี่โมง

- I get up at six o’clock.
ผมตื่นนอน เวลา 6 นาฬิกา

- What time will he come?
เขาจะมาตอนไหน

- When will it get there?
จะไปถึงปลายทางเมื่อไรครับ

- You got up early today.
วันนี้คุณตื่นแต่เช้าเลย

- What time does it close?
ปิดกี่โมง

- What time does it leave?
จะออกกี่โมง

- What time is he leaving?
เวลาเท่าไหร่ที่เขา ออกไป

- When will we be leaving?
เราจะไปหรือยังครับ

- What time do you get up?
คุณตื่นนอนเวลาเท่าไหร่

- Know what time I got up?
รู้มั้ยผมตื่นกี่โมง

- I got home late last night.
เมื่อคืนฉันกลับถึงบ้านดึก

- I go to school at 7 o’clock.
ผม ไป โรงเรียน เวลา 7 โมง

- What time will you leave?
คุณจะออกไปเวลากี่โมง

- We don't have much time.
เรามีเวลาไม่มากแล้วนะ

- What time would you like?
คุณต้องการเวลาไหนค่ะ

- When are you coming back?
คุณ จะกลับมาเมื่อไร

- When did you get married?
คุณแต่งงานเมื่อไร

- When do you get off work?
คุณจะหยุดทำงานเมื่อไหร่

- When do you want it done?
คุณต้องการให้มันเสร็จเมื่อไหร่

- When will you be leaving?
คุณจะเดินทางเมื่อไหร่

- What time can I come back?
ให้ผมกลับตอนกี่โมง

- What time will he be back?
เขาจะกลับมากี่โมง

- when will you go abroad?
คุณจะไปต่างประเทศเมื่อไหร่ครับ

- When did they get hitched.
เขาทั้งสองแต่งงานกันเมื่อไร

- What time is dinner served?
อาหารค่ำเสิรฟกี่โมง

- What time will you be back?
คุณจะกลับกี่โมง

- When did you come to Japan?
คุณมาถึงญี่ปุ่นเมื่อไหร่

- When should we pick you up?
เราควรจะไปรับคุณเมื่อไรดี

- When will you wash the car?
คุณจะล้างรถเมื่อไร

- When do you think we'll go?
คุณ คิดว่า เราจะไปกันเมื่อไร

- When does the plane arrive?
เครื่องบินจะมาถึงเมื่อไหร่?

- When does your office open?
ที่ทำงานของคุณเปิดกี่โมงครับ

- What time do you go to bed?
คุณเข้านอนเวลาเท่าไหร่

- What time does the sun rise?
พระอาทิตย์ขึ้นกี่โมง

- What time the party will be?
งานปาร์ตี้จะเริ่มขึ้นตอนไหนครับ

- When do you expect him back?
คุณคิดว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร

- Do you know what time is it?
คุณทราบไหมเวลาเท่าไหร่แล้ว

- When does the pain decrease?
มีอาการปวดน้อยลงเมื่อไร

- When does the pain increase?
มีอาการปวดมากขึนเมื่อไหร่

- What time do you eat dinner?
คุณกินอาหารเย็นเวลาเท่าไหร่

- What time do you leave home?
คุณออกจากบ้านกี่โมง

- What time does the ship sail?
เรือจะออกกี่โมง

- At around ten in the evening.
ประมาณสิบโมงเย็น

- When will you get the results?
คุณจะทราบผลเมื่อไหร่

- When will he come to see you?
เขาจะมาพบคุณเมื่อไหร่หรือ

- Do you know when it was sent?
คุณทราบไหมว่ามันส่งมาเมื่อไร

- What time do you have dinner?
คุณทานอาหารค่ำเวลาเท่าไร

- What time do you return home?
คุณกลับบ้านเวลาเท่าไหร่

- What time does the store open?
ร้านค้าเปิดกี่โมงครับ

- What time does your watch say?
นาฬิกาของคุณเวลาเท่าไหร่ครับ

- What time to you get to Japan?
คุณไปถึงญี่ปุ่นเวลาเท่าไร่

- When can we sign the contract?
เราจะเซ็นสัญญากันเมื่อไหร่ครับ

- When was your passport issued?
หนังสือเดินทางของคุณออกเมื่อไหร่

- What time do you go to school?
คุณไปโรงเรียนเวลาเท่าไหร่

- What time does he usually come?
ตามปกติ เขามากี่โมงครับ

- What time does the movie start?
ภาพยนตร์เริ่มกี่โมง

- What time does this place open?
ที่นี่เปิดกี่โมง

- What time does this place close?
ที่นี่ปิดกี่โมง

- What time do you usually get up?
คุณมักจะตื่นนอนเวลาอะไร

- What time does your class start?
โรงเรียนเข้าเรียนกี่โมง

- What time do you have breakfast?
คุณทานอาหารเช้ากี่โมง

- What time do you leave for work?
คุณออกไปทำงานกี่โมง

- What time do you get off of work?
คุณเลิกงานกี่โมง?

- What time will it arrive in Japan?
จะถึงญี่ปุ่นเวลาเท่าไรครับ

- When do you think you'll get home?
คุณ คิดว่า คุณจะถึงบ้านเมื่อไร

- Could you tell me the time, please?
ช่วยบอกเวลาตอนนี้ได้ไหมครับ

- What time does the main film start?
ภาพยนตร์เรื่อง สำคัญ เริ่มฉายเวลากี่โมง

- What time do we have to be on board?
เราจะต้องลงเรือตอนกี่โมงครับ

- What time does the post office close?
ที่ทำการไปรษณีย์ปิดกี่โมง

- What time is breakfast at your house?
ที่บ้านคุณทานอาหารเช้ากี่โมงครับ

- What time would be convenient for you?
คุณจะสะดวกเวลาใด

- What time are we due to land in Japan?
เรากำหนดจะลงที่ญี่ปุ่นกี่โมง

- What time did you go to bed last night?
เมื่อคืนคุณเข้านอนกี่โมง

- What time do you go to work every day?
ทุกวันคุณไปทำงานกี่โมง

- What time does the train to Japan leave?
รถไฟไปญี่ปุ่นจะออกเวลาเท่าไรครับ

- My father stayed working late last night.
พ่อของฉันทำงานอยู่จนดึกเมื่อคืน

- When does the plan come into operation?
แผนงานนี้จะได้นำไปสู่การปฏิบัติการเมื่อใด

- What time did you wake up this morning?
คุณ ตื่นนอนกี่โมงเมื่อเช้านี้

- What time do you want us to pick you up?
คุณต้องการให้เราไปรับคุณกี่โมง

- What time do we have to be at the airport?
เราต้องไปถึงสนามบินกี่โมง

- When will you be available for our meeting?
คุณจะว่างที่จะประชุมเมื่อไร

- Let"s just go out to dinner. I"ll clock out early.
ไปกินข้าวนอกบ้านกันนะ ผมจะเลิกงานเร็วหน่อย

- When do most women undergo a change of life?
ผู้หญิงส่วนมากจะมีอายุที่หมดระดูเมื่อไร

- What time will you be available for our meeting?
คุณจะว่างที่จะประชุมกันกี่โมง

- When does the new traffic law come into operation?
เมื่อไหร่กฎหมายจราจรฉบับใหม่จะออกใช้

- What time would you like the lunch boxes to be ready?
คุณจะมารับกล่องอาหารกลางวันกี่โมงครับ

- What time do you think you’ll get to the party tonight?
เวลาไหนที่คุณคิดว่าคุณจะไปถึงปาร์ตี้ คืนนี้




เรื่องที่เกี่ยวข้อง

English : 24 Tense
กริยาช่่วย 24 ตัว
การใช้ "Modal Verb"
Verb to be
Verb to be (be)
Verb to be (be-being-been)
Verb to be VS Verb to do
การใช้ can
การใช้ could
การใช้ Dare
การใช้ Verb to do
การใช้ Verb to have
การใช้ have to VS must
การใช้ have-been-had = โดนซะแล้ว
การใช้ shall
การใช้ should
การใช้ may
การใช้ must
การใช้ might
การใช้ need
การใช้ will
การใช้ would

การใช้ About
การใช้ Advice
การใช้ Advise
การใช้ Actually
การใช้ Adjective
การใช้ Admit
การใช้ Adverb
การใช้ Adverb again
การใช้ Adverb (ตำแหน่งของ Adverb)
Adverb ที่ไม่ใช่ Adverb
Adverb ที่ไม่ลงท้ายด้วย ly
การใช้ Adverb of degree
การใช้ Adverb of frequency
การใช้ Adverb of frequency (usually)
การใช้ Adverb of manner
การใช้ Adverb of place
การใช้ Adverb of time
การใช้ afford
การใช้ After
การใช้ ahead
การใช้ ago
การใช้ All
การใช้ Alone
การใช้ Along
การใช้ Also
การใช้ Always
การใช้ Allow
การใช้ Already
การใช้ and
การใช้ annoy
การใช้ Another-other
การใช้ appointment
การใช้ article กับสถานที่กิจกรรม
การใช้ as long as
การใช้ as well as
การใช้ ask
การใช้ at
การใช้ avoid
การใช้ beat lose defeat win = ชนะ
การใช้ Because
การใช้ Before
การใช้ Being
การใช้ But
การใช้ buy-bought-bought
การใช้ By
การใช้ Conjunctions
การใช้ Country
การใช้ date
การใช้ daily
การใช้ Education
การใช้ Ego
การใช้ Enjoy
การใช้ even
การใช้ ever
การใช้ Family
การใช้ Find
การใช้ Finish
การใช้ For
การใช้ Forget
การใช้ From
การใช้ gerund
กริยาตามด้วย Gerund
การใช้ get got gotten
การใช้ give
การใช้ going to
การใช้ go - went - gone
การใช้ hardly
การใช้ homework
การใช้ how
การใช้ if
การใช้ in
การใช้ into
การใช้ ing (การใช้ Verb + ing )
การใช้ it
การใช้ just

การใช้ keep

การใช้ Last
การใช้ Late
การใช้ leave
การใช้ like
การใช้ linking verb
การใช้ lonely
การใช้ love
การใช้ Lose /Lost / Loose
การใช้ make - do
การใช้ market
การใช้ more - anymore
การใช้ morning
การใช้ never
การใช้ not
การใช้ of
การใช้ off
การใช้ often - Frequently
การใช้ on
การใช้ only
การใช้ over
การใช้ Personal (adjective)
การใช้ Preposition
การใช้ Prepositions of Time (At / In / On)
การใช้ Promise
การใช้ Pronoun
การใช้ Questions 1
การใช้ Questions 2
การใช้ Regret
การใช้ Relation
การใช้ Relative clause
การใช้ say
การใช้ shop
การใช้ since
การใช้ smoke
การใช้ so
การใช้ sometimes
การใช้ someone who
การใช้ speaking of which
การใช้ still
การใช้ stop
การใช้ take
การใช้ than
การใช้ that
การใช้ then
การใช้ think
การใช้ time
การใช้ to
การใช้ today
การใช้ together
การใช้ tomorrow
การใช้ too
การใช้ up
การใช้ used to
การใช้ Verb ing
การใช้ชื่อเรียก Verb
การใช้ wait
การใช้ want
การใช้ What
การใช้ With
การใช้ When
การใช้ Whenever
การใช้ Where
การใช้ whether
การใช้ which
การใช้ wish
การใช้ who
การใช้ whom
การใช้ why

การใช้ yesterday

ภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_A-F
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_G-Z
คำว่า "เคย" ในภาษาอังกฤษ
รวมประโยค และคำ ที่มักใช้ผิด
รวมประโยคเกี่ยวกับ นิสัย
รวมประโยคเกี่ยวกับ งาน (คุณอยากเป็นอะไร)
รวมประโยคเกี่ยวกับ เหตุผล - ผลกระทบ
คำว่า น่าสนใจ ภาษาอังกฤษ
วัน เวลา ภาษาอังกฤษ
เจ็บป่วย ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร
การออกเสียงภาษาอังกฤษของโฟเนติกส์


การใช้ Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)
การใช้ Past Simple Continuous Tense (อดีตกาลต่อเนื่อง)
การใช้ Past Perfect Tense (อดีตกาล สมบูรณ์)
การใช้ Past Perfect Continuous Tense (อดีตกาล สมบูรณ์ ต่อเนื่อง)

การใช้ Present Simple Tense
การใช้ Present Perfect Tense
การใช้ Present Continuous Tense
การใช้ Present Perfect Continuous Tense

การใช้ Future Simple Tense
การใช้ Future Perfect Continuous Tense

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ / ข้อสอบภาษาอังกฤษ
รวมตัวอย่างประโยคที่ใช้ Adverb และ Adjective
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในข้อสอบ TOEIC
คำศัพท์ TOEFL 1580 พร้อมคำแปล

เรียนภาษาอังกฤษกับ BBC
1. ระดับเริ่มฝึกหัด
(Essential English Conversation)


2. ระดับกลาง
(English on the Street)


3. ระดับกลางตอนปลาย
(English in the News)


Drama
(บทละคร เรื่องเล่า มีบทพูด)


6 Minute English
(วิดีโอบทสนทนา 6 นาที)


BBC Learning English Course Information
(ข้อมูลหลักสูตร BBC Learning English)


Learn Business English
(เรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ เกี่ยวกับเคล็ดลับการซื้อขาย)


Learn english with voa news improve english
ภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน ฟังข่าวภาษาอังกฤษ พร้อมซับ


























ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น