โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

Thursday, July 23, 2015

Questions-1

ความรู้เบื้องต้น: การสร้างประโยคคำถาม (Question Sentences)

การสร้างประโยคคำถามในภาษาอังกฤษมีหลักการสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้:

  1. การใช้ Auxiliary Verb (กริยาช่วย): วางหน้าประโยค (ทั่วไป) หรือท้ายประโยค (Question Tag)
  2. การใช้ Wh- Questions: Who, What, Where, When, Why
  3. การใช้ How: อย่างไร, เท่าไหร่
  4. การใช้ Right? ลงท้ายประโยค (นิยมใช้ในภาษาพูด)

ตอนที่ 1: การใช้ Auxiliary Verb ในประโยคคำถามทั่วไป

กริยาช่วยสามารถนำมาวางไว้หน้าประโยคเพื่อสร้างคำถาม โดยมีกลุ่มย่อยดังนี้:

  • Verb to be: is, am, are, was, were
  • Verb to do: do, does, did
  • Verb to have: has, have, had
  • Modal verbs: can, could, may, might, will, would, shall, should, must
หมายเหตุสำคัญ:
- ในประโยคคำถาม Subject (ประธาน) จะสลับตำแหน่งกับ Auxiliary Verb (กริยาช่วย)
- ถามด้วยกริยาช่วยตัวไหน มักจะตอบด้วยตัวนั้น (ยกเว้นบางกรณีในภาษาพูด)
- หากประโยคบอกเล่าไม่มีกริยาช่วย ให้ใช้ Verb to do เข้ามาช่วย

ตารางตัวอย่างการสร้างประโยค (Yes/No Question)

ประเภทกริยา ประโยคคำถาม การตอบรับ (Yes) การตอบปฏิเสธ (No)
Verb to be Are you a student? Yes, I am. No, I'm not.
Verb to do Do you like your boss? Yes, I do. No, I don't.
Verb to do (Past) Did you work hard yesterday? Yes, I did. No, I didn't.
Modal Verb Can he drive? Yes, he can. No, he can't.
Perfect Tense Have you ever done yoga? Yes, I have. No, I haven't.

ตัวอย่างเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

  • การใช้ Could (สุภาพ):
    Q: Could you help me? (คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม?)
    A: Yes, I can. / No, I can't. (ตอบแบบสั้น) หรือ Yes, I can help you. (ตอบแบบยาว)

  • ประโยคในพิธีแต่งงาน:
    Q: Do you take [Name] as your lawfully wedded wife? (คุณรับ...เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?)
    A: Yes, I do. (รับครับ) / No, I don't. (ไม่รับครับ)

มุมมองของแอดมิน

การจำโครงสร้างประโยคคำถามที่ง่ายที่สุดคือ "ถามอะไร ตอบอย่างนั้น" ครับ เช่น ถามด้วย Did ก็ต้องจบด้วย did ในคำตอบเสมอ จุดที่คนสับสนบ่อยคือเมื่อไม่มีกริยาช่วยในประโยคบอกเล่า (เช่น I love you) อย่าลืมดึง Verb to do มาวางข้างหน้า (Do you love me?) แค่นี้ก็คุยภาษาอังกฤษได้มั่นใจขึ้นแล้วครับ!


ตอนที่ 2: การใช้ Verb to have, Modal Verbs และ Semi-modal Verbs

1. Verb to have (has, have, had)

ตัวอย่างประโยคคำถาม การตอบรับ (Yes) การตอบปฏิเสธ (No)
Have you eaten yet?
(คุณทานข้าวหรือยัง)
Yes, I have already eaten. No, I haven’t eaten yet.
Have you ever done yoga before?
(คุณเคยเล่นโยคะมาก่อนไหม)
Yes, I have. No, I haven't.

2. Modal Verbs (can, could, will, would, should, etc.)

กริยาช่วยกลุ่มนี้บอกถึง ความสามารถ, ความเป็นไปได้ หรือการขออนุญาต

คำถาม คำแปล / คำตอบ
Can you speak Thai? คุณพูดภาษาไทยได้มั้ย?
Yes, I can. / No, I can't.
Will you marry me? คุณจะแต่งงานกับฉันไหม?
Yes, I will. / No, I won't.
Could you help me? (สุภาพ) คุณช่วยฉันได้ไหม?
Yes, I can help you. / No, I can't.
Should I open the window? ฉันควรจะเปิดหน้าต่างดีไหม?
Yes, you should. / No, you shouldn't.
Must you be so noisy? (ประโยคเชิงคำสั่ง/รำคาญ) หยุดเสียงดังได้ไหม?

3. Semi-modal verbs (need, dare, ought to, used to)

กลุ่มนี้ไม่ค่อยนิยมใช้เป็นกริยาช่วยในการตั้งคำถาม ยกเว้น used to ที่นิยมใช้ did เข้ามาช่วย

Ought she to call the police? เธอควรจะโทรหาตำรวจหรือไม่?
Need we write this down? เราจำเป็นต้องเขียนเรื่องนี้ไหม?
Did you use to work here? คุณเคยทำงานที่นี่ใช่ไหม? (ใช้ did แล้วตัด d ออกจาก used)

มุมมองของแอดมิน

สำหรับ Modal Verbs แอดมินแนะนำให้จำคู่ Can/Could และ Will/Would ไว้ใช้บ่อยๆ ครับ เพราะใช้ในชีวิตประจำวันเยอะมาก ส่วนพวก Semi-modal อย่าง ought to หรือ dare ถ้าไม่แม่น ใช้ should หรือ Do you dare... แทนจะดูเป็นธรรมชาติกว่าในปัจจุบันครับ!


ตอนที่ 3: การตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ และ Question Tags

1. การตอบแบบละการทวน Auxiliary Verb

ในชีวิตจริง เราไม่จำเป็นต้องตอบ Yes, I am. หรือ No, I don't. เสมอไป เราสามารถใช้คำอื่นที่สื่อความหมายแทนได้:

ประโยคคำถาม คำตอบที่เป็นธรรมชาติ (Natural Answer)
Are you ready? (พร้อมยัง?) Ready! / Yes, I'm ready. (พร้อมแล้ว)
Could you help me? (ช่วยหน่อยได้ไหม?) No problem. (ได้เลย ไม่มีปัญหา)
Do you want some more rice? Yes, please. (รับครับ) / No, thanks, I'm full. (ไม่อิ่มแล้วครับ)
Can I borrow $5? Sure. (ได้สิ) / Of course. (แน่นอน)
Are you reading this? Oh, no. Help yourself. (เปล่าครับ ตามสบายเลย)
⚠️ ข้อควรระวัง: คำถามที่ความหมายไม่ตรงตัว
- Do you have the time? ไม่ได้ถามว่ามีเวลาว่างไหม แต่หมายถึง "ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"
- Are you married? เป็นการถามถึง "สถานะ" ในปัจจุบัน ไม่ได้ถามว่าไปแต่งงานมาเมื่อไหร่

2. การใช้ Question Tags (คำถามท้ายประโยค)

คือการนำกริยาช่วยมาวางไว้ท้ายประโยค เพื่อถามย้ำหรือถามเพื่อความแน่ใจ มีกฎสำคัญคือ "หน้าบอกเล่า หลังปฏิเสธ / หน้าปฏิเสธ หลังบอกเล่า"

โครงสร้างประโยค ตัวอย่าง คำแปล
หน้าบอกเล่า + Tag ปฏิเสธ You ate, didn't you? คุณกินข้าวแล้ว ใช่ไหม?
หน้าปฏิเสธ + Tag บอกเล่า You didn't eat, did you? คุณยังไม่ได้กิน ใช่ไหม?

หมายเหตุ: ประโยคที่เป็นปฏิเสธโดยอัตโนมัติ (ไม่ต้องมี not) เช่น ประโยคที่มีคำว่า Nobody, No one, Never, Rarely, Seldom, Hardly ให้ใช้ Question Tag เป็น "บอกเล่า" เสมอ

มุมมองของแอดมิน

เรื่อง Question Tags มีจุดตายหนึ่งที่แอดมินอยากเตือนคือ "รูปย่อ" ครับ ถ้าส่วนท้ายเป็นปฏิเสธ เราต้องใช้รูปย่อเท่านั้น เช่น is not it? (ผิด) ต้องเป็น isn't it? (ถูก) และถ้าถามว่า "Do you have the time?" อย่าตอบว่า "Yes, I have" แล้วเดินจากไปนะครับ เพราะเขาถามเวลา ให้ตอบเวลาเขาไปได้เลยครับ!


ตอนที่ 4: รวมตัวอย่างประโยค Question Tags ที่สมบูรณ์

กฎเหล็ก: หน้าบอกเล่า (+) ➔ หลังปฏิเสธ (-) และ หน้าปฏิเสธ (-) ➔ หลังบอกเล่า (+)

ประโยคภาษาอังกฤษ (Question Tag) คำแปลภาษาไทย ฟังเสียง (TTS)
You ate, didn't you? คุณกินแล้ว ไม่ใช่เหรอ?
You didn’t eat, did you? คุณไม่ได้กิน ใช่ไหม?
You won’t go, will you? คุณจะไม่ไป ใช่ไหม?
You work out, don’t you? คุณออกกำลังกาย ไม่ใช่เหรอ?
He likes this room, doesn't he? เขาชอบห้องนี้ ไม่ใช่เหรอ?
Your wife doesn’t work in a bank, does she? ภรรยาของคุณ ไม่ได้ทำงานในธนาคาร ใช่ไหม?
We used to love going to the museum, didn't we? เมื่อก่อนพวกเราชอบไปพิพิธภัณฑ์มาก ไม่ใช่เหรอ?

มุมมองของแอดมิน

การฝึก Question Tags ให้คล่องจะช่วยให้การคุยภาษาอังกฤษดูเป็นธรรมชาติ (Fluency) มากขึ้นครับ เทคนิคสำคัญคือการใช้สำเนียงที่ถูกต้อง แอดมินจึงใส่ปุ่ม 🇬🇧 (อังกฤษ) และ 🇺🇸 (อเมริกา) มาให้ฝึกฟังกัน ความแตกต่างที่ชัดเจนคือทำนองเสียง (Intonation) ลองฟังเปรียบเทียบดู แล้วจะรู้ว่าแค่เปลี่ยน Tag นิดเดียว น้ำเสียงในการถามก็เปลี่ยนไปทันทีครับ!

No comments:

Post a Comment