- ขยายคำกริยา (verb)
- ขยายคำคุณศัพท์ (Adjective)
- ขยายคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb ขยาย Adverb ด้วยกันเอง)
กฎตำแหน่งการวาง Adverb ในประโยค
1. วาง Adverb ไว้ตำแหน่งต้นประโยค
2. วาง Adverb ไว้ตำแหน่งท้ายประโยค
3. วาง Adverb ไว้ตำแหน่งกลาง มีปลีกย่อยดังนี้
3.1 วาง Adverb ไว้หลังกริยาหลักในประโยค
3.2 วาง Adverb ไว้หลังกรรม ของกริยาในประโยค
3.3 วาง Adverb ไว้ระหว่าง กริยาช่วย และ กริยาหลัก
3.4 วาง Adverb ไว้ระหว่าง ประธาน และ กริยาหลัก
3.5 วาง Adverb ไว้ข้างหน้า Adjective ที่ต้องการขยาย (Adjective จะอยู่หลัง Verb to be และ Linking Verb)
3.6 วาง Adverb ไว้ข้างหน้า Adverb ที่ต้องการขยาย (Adverb ทำหน้าที่ขยาย Adverb ด้วยกันเอง)
หลักการแยก คำที่มีรูปเดียวกัน ให้สังเกตตำแหน่งการวาง
1. Adverb VS Adjective
Adjective ทำหน้าที่ขยายคำนาม (คำนาม / คำสรรพนาม / นามวลี)
ตำแหน่งการวาง ของ Adjective และ Adverb
- Adjective วางหน้าคำนาม
- Adjective วางหลัง Verb to be
- Adjective วางหลัง Linking verb
- Adverb วางหลัง Verb
- I don’t watch the TV very often.
ฉันไม่ค่อยดูทีวีบ่อยนัก (ดูตามกฎข้อ 3.2 และ 3.6)
2. Adverb VS Preposition
Preposition หน้าที่ดังนี้
- บอกเวลา / สถานการณ์
- บอก ตำแหน่ง / สถานที่
- บอกความสัมพันธ์ของ คำกริยา กับ คำนาม / คำสรรพนาม
- บอกความสัมพันธ์ของ คำนาม / คำสรรพนาม กับ คำนาม / คำสรรพนาม
- The hut was destroyed by fire.
กระท่อมถูกทำลายด้วยไฟ (by = Preposition)
- As time went by, things improved.
เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งต่าง ๆ ก็ดีขึ้น (by = Adverb / ดูตามกฎข้อ 3.1)
- They were riding through a forest.
พวกเขากำลังขี่ผ่านป่า (through = Preposition)
- There’s a hole in the roof where the rain comes through.
มีรูในหลังคาที่มีน้ำฝนตกผ่านลงมา (through = Adverb / ดูตามกฎข้อ 2)
กฎเหล็ก / ข้อห้าม
ห้ามวาง Adverb ระหว่าง Verb และ Object โดยเด็ดขาด
ผิด :
ถูก : She plays the piano really well. I’ve heard her.
เธอเล่นเปียโนได้ดีจริงๆ ฉันได้ยินเธอเล่น
การใช้ here และ there
- ถ้าประธานเป็นคำสรรพนาม (it/he/she/you etc.) วางหลัง here และ there ได้ทันที
- ถ้าประธานเป็นคำนาม จะตามหลัง here และ there ไม่ได้ ต้องมีกริยาคั่นกลาง
ตัวอย่างประโยค
- Here she is. (ตามหลัง here ได้ทันที)
ผิด: Here is she.
- There it goes. (ตามหลัง there ได้ทันที)
ผิด: There goes it.
- Here comes the bus. (ต้องมีกริยาคั่นกลาง คือ comes)
ผิด: Here the bus comes.
กริยาวิเศษณ์ระบุทัศนคติ และมุมมองของผู้พูดหรือนักเขียน มักวางไว้หน้าประโยค เรียกว่า "Sentence adverbs"
- Actually, I think the meeting is on Wednesday, not Thursday.
ที่จริงผมคิดว่า การประชุมคือวันพุธ ไม่ใช่วันพฤหัสบดี
- Obviously, we can’t tell you the result but we can give you an indication.
ที่แน่ ๆ เลยคือว่า เราไม่สามารถบอกผลลัพธ์คุณได้ แต่เราพอจะบอกแนวโน้มให้ได้นะ
บางประโยคสอดคล้องมากกว่า 1 กฎ
- It is a straight road, so we can drive straight.
เป็นถนนสายตรงดังนั้นเราจึงขับตรงได้
(ดูตามกฎข้อ 2 และ 3.1)
- I’m only going to stay in New York for a week.
ฉันแค่เพียงจะไปพักที่นิวยอร์กหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น (going เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกริยา be going to เพื่อบอกอนาคต)
(ดูตามกฎข้อ 3.3)
1. วาง Adverb ไว้ตำแหน่งต้นประโยค
ตัวอย่างประโยค
- Clearly, more research is needed.
เห็นได้ชัดว่าการวิจัยเป็นสิ่งจำเป็น
- Seldom do we receive any apology when mistakes are made.
เราไม่ค่อยได้รับการขอโทษเมื่อทำผิดพลาด
2. วาง Adverb ไว้ตำแหน่งท้ายประโยค หรือ อนุประโยค (clause)
ตัวอย่างประโยค
- They’re sitting at the table over there.
พวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่นั่น
- It's an interesting plot twist, and one that works well.
มันเป็นการหักมุมที่น่าสนใจ และก็ทำงานได้ดี
- There was a sudden burst of laughter from the people who could see outside.
มีเสียงหัวเราะออกมาทันที จากคนที่สามารถมองเห็นข้างนอกได้
3.1 วาง Adverb ไว้หลังกริยาหลักในประโยค
ตัวอย่างประโยค
- He walked slowly.
เขาเดินอย่างช้า ๆ
- He learns quickly.
เขาเรียนรู้ได้เร็ว
- He drives carefully.
เขาขับรถอย่างระมัดระวัง
- You'll have to act fast.
คุณจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็ว
- Kids grow up fast these days.
ปัจจุบันนี้เด็กเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- I drove slowly back home.
ฉันขับรถกลับบ้านอย่างช้า ๆ
- They walked rather slowly.
พวกเขาเดินค่อนข้างช้า
- I’m afraid I behaved rather badly.
ฉันกลัวว่าฉันจะประพฤติตัวไม่เหมาะสม
- We cheered loudly to support the team.
เราเชียร์เสียงดังเพื่อให้กำลังใจทีม
- It is a straight road, so we can drive straight.
เป็นถนนสายตรงดังนั้นเราจึงขับตรงได้
3.2 วาง Adverb ไว้หลังกรรม ของกริยาในประโยค
ตัวอย่างประโยค
- He did the job well.
เขาทำงานได้ดี
- I chewed the food slowly because it hadn't been cooked very well.
ฉันเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ เพราะมันไม่ได้สุกดี
- He did not even say anything to her, and she did not speak to him either.
เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอ และเธอก็ไม่ได้พูดกับเขาด้วย
3.3 วาง Adverb ไว้ระหว่าง กริยาช่วย และ กริยาหลัก
(วางหลังกริยาช่วย)
ตัวอย่างประโยค
วางหลัง Can
- They can’t always wait for you.
พวกเขาไม่สามารถรอคุณได้ตลอดเวลา
- Tina can’t just drop all her commitments.
ทีน่าไม่สามารถละทิ้งภาระทั้งหมดของเธอได้
- I can sometimes hear my neighbour’s TV.
บางครั้งฉันก็ได้ยินเสียงทีวีของเพื่อนบ้าน
วางหลัง Should
- You should always wear a helmet.
คุณควรใส่หมวกกันน็อกเสมอ
- Men should always treat women like this.
ผู้ชายควรดูแลผู้หญิงแบบนี้นะ
- If you're feeling sad or whatever, you should always call me.
ถ้าเธอรู้สึกทุกข์ใจหรืออะไรก็ตาม เธอควรโทรหาฉันเสมอ
วางหลัง Verb to have เมื่อเป็น Perfect tense
- I've always wondered how this trick was done.
ฉันสงสัยอยู่เสมอว่าเคล็ดลับนี้ทำอย่างไร
- You have always had a wonderfully vivid imagination.
นายนี่มีจินตนาการที่สร้างสรรค์ตลอดเลยนะ
- I had seldom seen so many people out on the streets.
ฉันไม่ค่อยเห็นคนมากมายออกไปอยู่บนถนน
- The government has occasionally been forced to change its mind.
บางครั้งรัฐบาลก็ถูกบังคับให้เปลี่ยนใจ
- I've always known that you have had a secret crush on my friend for the longest time.
ฉันรู้มาตลอดว่านายแอบชอบเพื่อนฉันมานานแล้ว
3.4 วาง Adverb ไว้ระหว่าง ประธาน และ กริยาหลัก
ตัวอย่างประโยค
- It usually takes 40 minutes.
โดยปกติจะใช้เวลา 40 นาที
- She nearly fell asleep at her desk.
เธอจวนเจียนจะหลับคาโต๊ะทำงาน
- We always meet for coffee on Saturday.
เราพบกันที่ร้านกาแฟ ในวันเสาร์เสมอ
- We don’t usually watch TV after lunch.
ปกติเราไม่ค่อยดูทีวีหลังจากทานอาหารกลางวัน
- My boss often travels to Malaysia and Singapore but I've never been there.
เจ้านายของฉันมักเดินทางไปมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ฉันไม่เคยไปที่นั่น
3.5 วาง Adverb ไว้ข้างหน้า Adjective ที่ต้องการขยาย (Adjective จะอยู่หลัง Verb to be และ Linking Verb)
ตัวอย่างประโยค
- I'm sorry to make you feel so sad.
ฉันเสียใจที่ทำให้คุณรู้สึกเศร้ามาก (Sad = Adjective)
- She's the same age as me. We became very close.
เธออายุเท่าฉัน เราจึงสนิทกันมาก (Close = Adjective)
- I’m only going to stay in New York for a week.
ฉันแค่เพียงจะไปพักที่นิวยอร์กหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น (going เป็นส่วนหนึ่งของกริยาช่วย บอกอนาคต)
- I was really excited about going to the prom.
ฉันตื่นเต้นจริงๆ กับงานเต้นรำในโรงเรียน (Excited = Adjective)
- Back then, I was so excited about going to school.
ตอนนั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ไปโรงเรียน (Excited = Adjective)
- It feels so good after jogging for half an hour.
รู้สึกดีมาก หลังจากวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง (Good = Adjective)
3.6 วาง Adverb ไว้ข้างหน้า Adverb ที่ต้องการขยาย (Adverb ทำหน้าที่ขยาย Adverb ด้วยกันเอง)
ตัวอย่างประโยค
- John runs very fast.
จอห์นวิ่งเร็วมาก
- He drives too fast.
เขาขับรถเร็วเกินไป
- It went horribly wrong.
มันผิดพลาดอย่างน่ากลัว
- Eagles can fly very fast.
นกอินทรีสามารถบินเร็วมาก
- They walked rather slowly.
พวกเขาเดินค่อนข้างช้า
- I don’t watch the TV very often.
ฉันไม่ค่อยดูทีวีบ่อยนัก
- I’m afraid I behaved rather badly.
ฉันกลัวว่าฉันจะประพฤติตัวไม่เหมาะสม
- Though John is fat, he can run very fast.
ถึงแม้จอห์นตัวอ้วน แต่เขาก็วิ่งเร็วได้
- I nearly always cycle to work.
ฉันปั่นจักรยานไปทำงานเกือบตลอด (แทบทุกครั้ง / แทบทุกวัน)
- He knows almost immediately she is who he has been searching for.
เขารู้ในทันทีนั้นเองว่า เธอคือคนที่เขากำลังตามหา
No comments:
Post a Comment