โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

Friday, July 10, 2015

วงจรไฟชาร์จ แบบคัทเอาท์รวม อยู่ในไดร์ชาร์จ-IC Regulator Alternator

การทำงานของวงจรไดชาร์จแบบ IC Regulator Alternator

การทำงานของวงจรไดชาร์จแบบ IC Regulator Alternator

วงจรนี้เป็นระบบชาร์จไฟของรถยนต์ที่ใช้ Alternator พร้อม IC Regulator ในตัว ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าให้ระบบไฟของรถและชาร์จแบตเตอรี่ โดยควบคุมแรงดันให้อยู่ในช่วงประมาณ 13.8–14.5V (ค่าอ้างอิงทั่วไป ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อและรุ่นของไดชาร์จ)

วงจรไฟชาร์จ แบบคัทเอาท์รวม อยู่ในไดร์ชาร์จ (IC)
แผนภาพวงจรไฟชาร์จ Toyota Hilux LN แบบคัทเอาท์รวมในไดชาร์จ (IC Regulator)

ส่วนประกอบหลัก

1. Battery (แบตเตอรี่)

  • จ่ายไฟให้ระบบขณะเครื่องยนต์ยังไม่ทำงาน
  • จ่ายไฟสำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์
  • รับไฟกลับจากไดชาร์จเมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว

2. Starter Switch

  • AM รับไฟจากแบตเตอรี่
  • IG จ่ายไฟเมื่อบิดกุญแจไปตำแหน่ง ON

3. Charge Warning Lamp

  • ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่บนหน้าปัด
  • แจ้งเตือนเมื่อระบบชาร์จผิดปกติ
  • ช่วยสร้างกระแส Excitation เริ่มต้นในไดชาร์จบางรุ่น (ดูหมายเหตุด้านล่าง)

4. IC Regulator

  • ควบคุมแรงดันไฟชาร์จ
  • ควบคุมกระแสที่ไหลผ่าน Rotor
  • รักษาแรงดันให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

5. Rotor Coil

  • สร้างสนามแม่เหล็กเมื่อได้รับกระแสไฟ
  • หมุนไปพร้อมเพลาไดชาร์จ

6. Stator Coil

  • ผลิตไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
  • รับการเหนี่ยวนำจากสนามแม่เหล็กของ Rotor

7. Rectifier Diode

  • แปลงไฟ AC เป็น DC
  • ส่งไฟไปเลี้ยงระบบและชาร์จแบตเตอรี่

8. Diode Trio (มีเฉพาะบางรุ่น)

  • ชุดไดโอด 3 ตัวขนาดเล็ก แยกต่างหากจาก Rectifier หลัก
  • ดึงไฟ AC บางส่วนจาก Stator มาแปลงเป็น DC เพื่อเลี้ยง Rotor และ IC Regulator เอง หลังจากเครื่องยนต์ติดแล้ว
  • ใช้แทนวิธีเลี้ยงไฟผ่านขั้ว L จากสวิตช์กุญแจ ในไดชาร์จบางรุ่น

ลำดับการทำงานของระบบ

หมายเหตุ: การสร้างกระแส Excitation เริ่มต้นและการเลี้ยงไฟให้ Rotor/Regulator หลังเครื่องติด มี 2 รูปแบบหลักซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของไดชาร์จแต่ละรุ่น ไม่ได้ทำงานพร้อมกันทั้งคู่เสมอไป:
  • แบบใช้ขั้ว L ตลอด — ไฟจาก IG ผ่านหลอด Charge ไปยัง L terminal เพื่อกระตุ้น Rotor ตั้งแต่เปิดกุญแจ (ขั้นตอนที่ 1)
  • แบบมี Diode Trio — ใช้ไฟจาก L terminal เพียงตอนสตาร์ทเครื่องเริ่มต้นเท่านั้น จากนั้น Diode Trio จะรับหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยง Rotor และ Regulator เองแทน (ขั้นตอนที่ 6)
ควรตรวจสอบวงจรจริงของไดชาร์จแต่ละรุ่นก่อนวิเคราะห์อาการเสีย

ขั้นตอนที่ 1 : เปิดกุญแจ ON

Battery ↓ IG Switch ↓ Charge Lamp ↓ L Terminal ↓ IC Regulator

IC Regulator จะสร้างกระแส Excitation ให้ Rotor Coil เพื่อเตรียมสนามแม่เหล็กเริ่มต้น ขณะเดียวกันไฟ Charge บนหน้าปัดจะติดขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 : สตาร์ทเครื่องยนต์

Rotor หมุน ↓ สนามแม่เหล็กหมุน ↓ Stator Coil ↓ เกิดไฟ AC

เมื่อเครื่องยนต์หมุน Rotor จะสร้างสนามแม่เหล็กหมุนผ่าน Stator ทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับ

ขั้นตอนที่ 3 : แปลง AC เป็น DC

Stator ↓ Rectifier ↓ DC Output

ชุดไดโอดจะทำหน้าที่แปลงไฟ AC ให้เป็น DC เพื่อใช้งานกับระบบไฟรถยนต์

ขั้นตอนที่ 4 : จ่ายไฟและชาร์จแบตเตอรี่

B Terminal ↓ ระบบไฟรถ ↓ แบตเตอรี่

ขณะเครื่องยนต์ทำงาน โหลดส่วนใหญ่ของรถจะได้รับไฟจากไดชาร์จโดยตรง

ขั้นตอนที่ 5 : ไฟเตือนชาร์จดับ

IG ≈ 14V Lamp L ≈ 14V

แรงดันทั้งสองด้านของหลอดมีค่าใกล้เคียงกัน จึงไม่มีกระแสไหลผ่านหลอด ทำให้ไฟเตือนดับ

ขั้นตอนที่ 6 : Diode Trio ทำงาน (เฉพาะไดชาร์จที่มีชุดนี้)

Alternator Output ↓ Diode Trio ↓ Regulator ↓ Rotor

ในไดชาร์จบางรุ่นที่มี Diode Trio หลังจากไดชาร์จเริ่มผลิตไฟได้แล้ว วงจรจะส่งไฟกลับมาเลี้ยง Rotor และ Regulator เอง แทนที่จะพึ่งไฟจากขั้ว L ตลอดเวลา

หน้าที่ของขั้วต่าง ๆ

ขั้ว หน้าที่
B จ่ายไฟหลักไปยังระบบไฟรถและชาร์จแบตเตอรี่
S ตรวจวัดแรงดันแบตเตอรี่เพื่อให้ Regulator ควบคุมแรงดันได้ถูกต้อง
IG รับไฟจากสวิตช์กุญแจเมื่อเปิด ON
L ควบคุมไฟเตือนการชาร์จบนหน้าปัด และ/หรือจ่ายกระแส Excitation เริ่มต้นให้ Rotor แล้วแต่รุ่น
P สัญญาณ Phase จาก Stator ใช้เป็นสัญญาณ Tachometer ในบางรุ่น
F ควบคุมกระแสสนามแม่เหล็กของ Rotor
E กราวด์ของระบบ

การควบคุมแรงดัน

เมื่อแรงดันต่ำ

12.3V ↓ Regulator เพิ่มกระแส Rotor ↓ สนามแม่เหล็กแรงขึ้น ↓ ผลิตไฟมากขึ้น

เมื่อแรงดันสูง

14.8V ↓ Regulator ลดกระแส Rotor ↓ สนามแม่เหล็กลดลง ↓ แรงดันลดลง
แรงดันชาร์จปกติของระบบจะอยู่ประมาณ 13.8–14.5V (ค่าอ้างอิงทั่วไป อาจแตกต่างกันตามสเปกของแต่ละรุ่นรถ)

การวิเคราะห์อาการเสีย

ไฟ Charge ไม่ติดเมื่อเปิดกุญแจ

  • ฟิวส์ CHARGE ขาด
  • หลอด Charge ขาด
  • สาย L ขาด
  • สวิตช์กุญแจเสีย

ไฟ Charge ติดค้าง

  • สายพานไดชาร์จลื่น
  • แปรงถ่านหมด
  • Rotor หรือ Stator เสีย
  • Rectifier เสีย
  • IC Regulator เสีย

ชาร์จไฟเกิน

แรงดันสูงกว่าช่วงปกติต่อเนื่อง (โดยทั่วไปมากกว่าประมาณ 15V) อาจเกิดจาก IC Regulator เสีย หรือสาย S หลุด/ขาด ทั้งนี้ค่าที่ถือว่าผิดปกติจริงควรอ้างอิงสเปกของรถแต่ละรุ่น

แบตเตอรี่ไม่ชาร์จ

เครื่องดับ : 12.4–12.8V เครื่องติด : 13.8–14.5V

หากเครื่องติดแล้วยังวัดได้ประมาณ 12V แสดงว่าระบบชาร์จทำงานผิดปกติ

สรุป

เมื่อเปิดกุญแจ ON กระแสจากแบตเตอรี่จะผ่านหลอด Charge ไปยัง IC Regulator เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กเริ่มต้นใน Rotor เมื่อเครื่องยนต์หมุน Rotor จะสร้างสนามแม่เหล็กหมุนเหนี่ยวนำให้ Stator ผลิตไฟ AC จากนั้น Rectifier จะแปลงเป็นไฟ DC ส่งออกทางขั้ว B เพื่อจ่ายไฟให้ระบบไฟรถและชาร์จแบตเตอรี่ พร้อมกันนั้น IC Regulator จะตรวจสอบแรงดันที่ขั้ว S และปรับกระแสฟิลด์เพื่อรักษาแรงดันชาร์จให้อยู่ในช่วงประมาณ 13.8–14.5V ในไดชาร์จบางรุ่นที่มี Diode Trio ไฟเลี้ยง Rotor/Regulator หลังเครื่องติดจะมาจาก Diode Trio เอง แทนที่จะพึ่งไฟจากขั้ว L ตลอดเวลา

No comments:

Post a Comment