การทำงานของวงจรไดชาร์จแบบ IC Regulator Alternator
วงจรนี้เป็นระบบชาร์จไฟของรถยนต์ที่ใช้ Alternator พร้อม IC Regulator ในตัว ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าให้ระบบไฟของรถและชาร์จแบตเตอรี่ โดยควบคุมแรงดันให้อยู่ในช่วงประมาณ 13.8–14.5V (ค่าอ้างอิงทั่วไป ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อและรุ่นของไดชาร์จ)
|
ส่วนประกอบหลัก
1. Battery (แบตเตอรี่)
- จ่ายไฟให้ระบบขณะเครื่องยนต์ยังไม่ทำงาน
- จ่ายไฟสำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์
- รับไฟกลับจากไดชาร์จเมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว
2. Starter Switch
- AM รับไฟจากแบตเตอรี่
- IG จ่ายไฟเมื่อบิดกุญแจไปตำแหน่ง ON
3. Charge Warning Lamp
- ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่บนหน้าปัด
- แจ้งเตือนเมื่อระบบชาร์จผิดปกติ
- ช่วยสร้างกระแส Excitation เริ่มต้นในไดชาร์จบางรุ่น (ดูหมายเหตุด้านล่าง)
4. IC Regulator
- ควบคุมแรงดันไฟชาร์จ
- ควบคุมกระแสที่ไหลผ่าน Rotor
- รักษาแรงดันให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
5. Rotor Coil
- สร้างสนามแม่เหล็กเมื่อได้รับกระแสไฟ
- หมุนไปพร้อมเพลาไดชาร์จ
6. Stator Coil
- ผลิตไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
- รับการเหนี่ยวนำจากสนามแม่เหล็กของ Rotor
7. Rectifier Diode
- แปลงไฟ AC เป็น DC
- ส่งไฟไปเลี้ยงระบบและชาร์จแบตเตอรี่
8. Diode Trio (มีเฉพาะบางรุ่น)
- ชุดไดโอด 3 ตัวขนาดเล็ก แยกต่างหากจาก Rectifier หลัก
- ดึงไฟ AC บางส่วนจาก Stator มาแปลงเป็น DC เพื่อเลี้ยง Rotor และ IC Regulator เอง หลังจากเครื่องยนต์ติดแล้ว
- ใช้แทนวิธีเลี้ยงไฟผ่านขั้ว L จากสวิตช์กุญแจ ในไดชาร์จบางรุ่น
ลำดับการทำงานของระบบ
- แบบใช้ขั้ว L ตลอด — ไฟจาก IG ผ่านหลอด Charge ไปยัง L terminal เพื่อกระตุ้น Rotor ตั้งแต่เปิดกุญแจ (ขั้นตอนที่ 1)
- แบบมี Diode Trio — ใช้ไฟจาก L terminal เพียงตอนสตาร์ทเครื่องเริ่มต้นเท่านั้น จากนั้น Diode Trio จะรับหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยง Rotor และ Regulator เองแทน (ขั้นตอนที่ 6)
ขั้นตอนที่ 1 : เปิดกุญแจ ON
IC Regulator จะสร้างกระแส Excitation ให้ Rotor Coil เพื่อเตรียมสนามแม่เหล็กเริ่มต้น ขณะเดียวกันไฟ Charge บนหน้าปัดจะติดขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 : สตาร์ทเครื่องยนต์
เมื่อเครื่องยนต์หมุน Rotor จะสร้างสนามแม่เหล็กหมุนผ่าน Stator ทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับ
ขั้นตอนที่ 3 : แปลง AC เป็น DC
ชุดไดโอดจะทำหน้าที่แปลงไฟ AC ให้เป็น DC เพื่อใช้งานกับระบบไฟรถยนต์
ขั้นตอนที่ 4 : จ่ายไฟและชาร์จแบตเตอรี่
ขณะเครื่องยนต์ทำงาน โหลดส่วนใหญ่ของรถจะได้รับไฟจากไดชาร์จโดยตรง
ขั้นตอนที่ 5 : ไฟเตือนชาร์จดับ
แรงดันทั้งสองด้านของหลอดมีค่าใกล้เคียงกัน จึงไม่มีกระแสไหลผ่านหลอด ทำให้ไฟเตือนดับ
ขั้นตอนที่ 6 : Diode Trio ทำงาน (เฉพาะไดชาร์จที่มีชุดนี้)
ในไดชาร์จบางรุ่นที่มี Diode Trio หลังจากไดชาร์จเริ่มผลิตไฟได้แล้ว วงจรจะส่งไฟกลับมาเลี้ยง Rotor และ Regulator เอง แทนที่จะพึ่งไฟจากขั้ว L ตลอดเวลา
หน้าที่ของขั้วต่าง ๆ
| ขั้ว | หน้าที่ |
|---|---|
| B | จ่ายไฟหลักไปยังระบบไฟรถและชาร์จแบตเตอรี่ |
| S | ตรวจวัดแรงดันแบตเตอรี่เพื่อให้ Regulator ควบคุมแรงดันได้ถูกต้อง |
| IG | รับไฟจากสวิตช์กุญแจเมื่อเปิด ON |
| L | ควบคุมไฟเตือนการชาร์จบนหน้าปัด และ/หรือจ่ายกระแส Excitation เริ่มต้นให้ Rotor แล้วแต่รุ่น |
| P | สัญญาณ Phase จาก Stator ใช้เป็นสัญญาณ Tachometer ในบางรุ่น |
| F | ควบคุมกระแสสนามแม่เหล็กของ Rotor |
| E | กราวด์ของระบบ |
การควบคุมแรงดัน
เมื่อแรงดันต่ำ
เมื่อแรงดันสูง
การวิเคราะห์อาการเสีย
ไฟ Charge ไม่ติดเมื่อเปิดกุญแจ
- ฟิวส์ CHARGE ขาด
- หลอด Charge ขาด
- สาย L ขาด
- สวิตช์กุญแจเสีย
ไฟ Charge ติดค้าง
- สายพานไดชาร์จลื่น
- แปรงถ่านหมด
- Rotor หรือ Stator เสีย
- Rectifier เสีย
- IC Regulator เสีย
ชาร์จไฟเกิน
แบตเตอรี่ไม่ชาร์จ
หากเครื่องติดแล้วยังวัดได้ประมาณ 12V แสดงว่าระบบชาร์จทำงานผิดปกติ
สรุป
เมื่อเปิดกุญแจ ON กระแสจากแบตเตอรี่จะผ่านหลอด Charge ไปยัง IC Regulator เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กเริ่มต้นใน Rotor เมื่อเครื่องยนต์หมุน Rotor จะสร้างสนามแม่เหล็กหมุนเหนี่ยวนำให้ Stator ผลิตไฟ AC จากนั้น Rectifier จะแปลงเป็นไฟ DC ส่งออกทางขั้ว B เพื่อจ่ายไฟให้ระบบไฟรถและชาร์จแบตเตอรี่ พร้อมกันนั้น IC Regulator จะตรวจสอบแรงดันที่ขั้ว S และปรับกระแสฟิลด์เพื่อรักษาแรงดันชาร์จให้อยู่ในช่วงประมาณ 13.8–14.5V ในไดชาร์จบางรุ่นที่มี Diode Trio ไฟเลี้ยง Rotor/Regulator หลังเครื่องติดจะมาจาก Diode Trio เอง แทนที่จะพึ่งไฟจากขั้ว L ตลอดเวลา

No comments:
Post a Comment