โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

Sunday, February 22, 2026

Trump brings in new 10% tariff as Supreme Court rejects his global import taxes

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว - Trump's New 10% Tariff

🌿 เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว

เก่งภาษาอังกฤษวันละนิดกับบทความน่าสนใจ

Economy and Trade Source: BBC News
February 22, 2026

Trump brings in new 10% tariff as Supreme Court rejects his global import taxes

ทรัมป์ประกาศใช้อัตราภาษีใหม่ 10% หลังศาลฎีกาสั่งระงับแผนเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก
🔊 Volume: 95%

1. วิเคราะห์คำศัพท์จากพาดหัว (Headline Vocab)

คำศัพท์สำคัญจากพาดหัวข่าว
Word Meaning (Thai) Type Listen
tariff ภาษีนำเข้า n.
reject ปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ v.
import นำเข้า v./n.

2. คำศัพท์ TOEIC ที่เกี่ยวข้อง

5 คำศัพท์ที่พบบ่อยในข้อสอบ TOEIC
Word Meaning (Thai) Type Listen
implement นำไปปฏิบัติ, บังคับใช้ v.
revenue รายได้ (ของรัฐ/บริษัท) n.
regulation กฎข้อบังคับ n.
comply ปฏิบัติตาม v.
domestic ภายในประเทศ adj.

3. ตัวอย่างประโยค (Example Sentences)

The government decided to impose a new tariff on luxury cars. รัฐบาลตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่สำหรับรถยนต์หรู

The court will reject the proposal if it lacks sufficient evidence. ศาลจะปฏิเสธข้อเสนอหากขาดหลักฐานที่เพียงพอ

4. แบบฝึกหัด Reading

Q: What did the Supreme Court do regarding the global import taxes?

5. แบบฝึกหัด Listening

กดฟังประโยคด้านล่างแล้วเลือกคำตอบที่ได้ยิน (ฟังได้สูงสุด 2 ครั้ง)

มุมมองของแอดมิน (Admin's Perspective)

สรุปข่าว: ข่าวนี้เป็นประเด็นเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ เมื่อแผนการเก็บภาษีนำเข้าแบบครอบคลุม (Universal/Global) ของทรัมป์ถูกขวางโดยฝ่ายตุลาการ ทำให้ต้องปรับมาใช้มาตรการภาษี 10% แทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ โดยตรง

วิเคราะห์ Grammar/Vocab:
คำว่า "Reject" เป็นกริยาที่เห็นได้บ่อยในข่าวการเมืองและกฎหมาย หมายถึงการ "ยกคำร้อง" หรือ "ปัดตก" ส่วนคำว่า "Tariff" มักใช้เจาะจงกับภาษีศุลกากร (นำเข้า-ส่งออก) ต่างจากคำว่า Tax ที่มีความหมายกว้างกว่า

แนะนำคำ TOEIC:
จำคำว่า "Revenue" ไว้ให้ดีครับ ออกสอบบ่อยมากในพาร์ทธุรกิจ หมายถึงรายรับรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย

Source: BBC News | Credits: เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว

No comments:

Post a Comment