Sunday, July 19, 2026

การใช้ strike และ attack ต้องมี onหรือไม่

การใช้ strike และ attack ต้องมี on หรือไม่?

คำว่า strike และ attack เมื่อทำหน้าที่เป็นคำกริยา (Verb) โดยทั่วไปแล้ว “ไม่ต้องมี on” ครับ สามารถตามด้วยผู้ถูกกระทำหรือเป้าหมายได้เลย เพราะทั้งสองคำนี้เป็นกริยาต้องการกรรม (Transitive Verb)

แต่ถ้าคำเหล่านี้เปลี่ยนหน้าที่เป็นคำนาม (Noun) เมื่อไหร่ “ต้องมี on / against” เพื่อบอกว่าการโจมตีนั้นเกิดขึ้นกับใครครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปใช้ได้ง่าย ลองดูสรุปหลักการใช้ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

1. เมื่อใช้เป็นคำกริยา (Verb) ➜ ไม่ต้องมี on

โครงสร้างคือ: Subject + strike / attack + Object

Attack (โจมตี):

The enemy attacked the city at night.
ศัตรูโจมตีเมืองในตอนกลางคืน

The enemy attacked on the city.

Strike (โจมตีอย่างรุนแรง / จู่โจม):

The lightning struck the tree.
ฟ้าผ่าลงที่ต้นไม้

The lightning struck on the tree.

🔎 (ยกเว้นกรณีที่เป็นสำนวน เช่น strike a balance on... ที่แปลว่าหาความสมดุลในเรื่องอะไร แต่ถ้าเป็นการโจมตีทางกายภาพหรือภัยพิบัติ จะไม่มี on ครับ)

2. เมื่อใช้เป็นคำนาม (Noun) ➜ ต้องมี on (หรือ against)

เรามักจะเห็นคำเหล่านี้อยู่หลังคำกริยาอื่น (เช่น make, launch, carry out) หรืออยู่หลังคำคุณศัพท์ เพื่อทำหน้าที่เป็นคำนาม โครงสร้างจะเป็น: an attack / a strike + on + Object

Attack (การโจมตี):

The hackers launched a cyber attack on the government website.
แฮกเกอร์เริ่มการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเว็บไซต์รัฐบาล

This is an attack on free speech.
นี่คือการโจมตีเสรีภาพในการพูด

Strike (การโจมตี / การจู่โจมทางทหาร):

The military carried out an air strike on the rebel base.
กองทัพปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อฐานทัพกบฏ

💡 สรุปให้จำง่าย:
  • ถ้าเป็นการกระทำ (เช่น "ฉันโจมตีคุณ") ➜ ไม่ต้องใส่ on
    (I attack you.)
    ฉันโจมตีคุณ
  • ถ้าเป็นสิ่งหรือเหตุการณ์ (เช่น "มีภัยการโจมตีเกิดขึ้นกับ...") ➜ ต้องใส่ on
    (An attack on you.)
    การโจมตีที่มีต่อคุณ

📘 เรื่องที่เกี่ยวข้อง

📘 Grammar Menu ภายใน -> Click

📘 Grammar Menu ภายนอก -> Click

ภาพชัดสำหรับคุณครู เพื่อใช้จอโปรเจคเตอร์

No comments:

Post a Comment