การใช้ strike และ attack ต้องมี on หรือไม่?
คำว่า strike และ attack เมื่อทำหน้าที่เป็นคำกริยา (Verb) โดยทั่วไปแล้ว “ไม่ต้องมี on” ครับ สามารถตามด้วยผู้ถูกกระทำหรือเป้าหมายได้เลย เพราะทั้งสองคำนี้เป็นกริยาต้องการกรรม (Transitive Verb)
แต่ถ้าคำเหล่านี้เปลี่ยนหน้าที่เป็นคำนาม (Noun) เมื่อไหร่ “ต้องมี on / against” เพื่อบอกว่าการโจมตีนั้นเกิดขึ้นกับใครครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปใช้ได้ง่าย ลองดูสรุปหลักการใช้ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
1. เมื่อใช้เป็นคำกริยา (Verb) ➜ ไม่ต้องมี on
โครงสร้างคือ: Subject + strike / attack + Object
Attack (โจมตี):
✅ The enemy attacked the city at night.
ศัตรูโจมตีเมืองในตอนกลางคืน
❌ The enemy attacked on the city.
Strike (โจมตีอย่างรุนแรง / จู่โจม):
✅ The lightning struck the tree.
ฟ้าผ่าลงที่ต้นไม้
❌ The lightning struck on the tree.
🔎 (ยกเว้นกรณีที่เป็นสำนวน เช่น strike a balance on... ที่แปลว่าหาความสมดุลในเรื่องอะไร แต่ถ้าเป็นการโจมตีทางกายภาพหรือภัยพิบัติ จะไม่มี on ครับ)
2. เมื่อใช้เป็นคำนาม (Noun) ➜ ต้องมี on (หรือ against)
เรามักจะเห็นคำเหล่านี้อยู่หลังคำกริยาอื่น (เช่น make, launch, carry out) หรืออยู่หลังคำคุณศัพท์ เพื่อทำหน้าที่เป็นคำนาม โครงสร้างจะเป็น: an attack / a strike + on + Object
Attack (การโจมตี):
The hackers launched a cyber attack on the government website.
แฮกเกอร์เริ่มการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเว็บไซต์รัฐบาล
This is an attack on free speech.
นี่คือการโจมตีเสรีภาพในการพูด
Strike (การโจมตี / การจู่โจมทางทหาร):
The military carried out an air strike on the rebel base.
กองทัพปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อฐานทัพกบฏ
-
ถ้าเป็นการกระทำ (เช่น "ฉันโจมตีคุณ") ➜ ไม่ต้องใส่ on
(I attack you.)
ฉันโจมตีคุณ -
ถ้าเป็นสิ่งหรือเหตุการณ์ (เช่น "มีภัยการโจมตีเกิดขึ้นกับ...") ➜ ต้องใส่ on
(An attack on you.)
การโจมตีที่มีต่อคุณ
📘 Grammar Menu ภายนอก -> Click

No comments:
Post a Comment