1. โครงสร้างประโยคหลังคำกริยา "say": ในหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เมื่อเราต้องการบอกว่าใครพูดว่าอะไร เรามักจะใช้โครงสร้าง Subject + says + (that) + Subject + Verb ซึ่งในพาดหัวข่าวนี้คือ Trump says (that) the ceasefire is over. โดยในภาษาอังกฤษเราสามารถละคำว่า that ทิ้งได้ในฐานะที่เป็นคำเชื่อม ซึ่งโครงสร้างนี้จะช่วยให้ผู้เรียนที่เตรียมตัวสอบ TOEIC สามารถมองแยกแยะโครงสร้างประโยคหลักและประโยคย่อยได้แม่นยำยิ่งขึ้นครับ
2. การใช้คำว่า "over" เป็น Adjective: ปกติแล้วนักเรียนอาจคุ้นเคยกับคำว่า over ที่ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท (Preposition) แปลว่า "เหนือ" หรือ "มากกว่า" แต่เมื่อ over ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) หลัง Verb to be จะมีความหมายว่า "สิ้นสุดลงแล้ว" หรือ "จบลงแล้ว" ลองดูตัวอย่างประโยคเหล่านี้เพื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้นครับ:
• The meeting is over. (การประชุมสิ้นสุดลงแล้ว)
• The game is over. (เกมจบลงแล้ว)
• The war is over. (สงครามสิ้นสุดลงแล้ว)
Cracker Barrel CEO Julie Felss Masino said six months ago that she thought she was “fired by America” following a bungled revamp. Today, she could be on the path to forgiveness.
พาดหัวข่าวชิ้นนี้เขียนด้วยโครงสร้างประโยคสมบูรณ์ (Full Sentences) ที่น่าสนใจสำหรับการเรียนรู้ไวยากรณ์ซ้อนไวยากรณ์ (Clause Within Clause):
1. ประโยคแรก (สะท้อนอดีต): "Cracker Barrel CEO Julie Felss Masino [ประธานหลัก] + said [กริยาหลัก] + Noun Clause (That-Clause ทำหน้าที่เป็นกรรมของ said)"
เมื่อเจาะลึกเข้าไปใน Noun Clause ชุดแรก จะพบโครงสร้างซ้อนกันอยู่คือ: "that she [ประธาน] + thought [กริยา] + Noun Clause (Object Clause ของ thought อีกชั้นหนึ่งที่ละ that ไว้) คือ (that) she was 'fired by America'..." โครงสร้างซ้อนแบบนี้มักพบในข้อสอบการอ่านระดับสูงและการรายงานคำพูด (Reported Speech)
2. ประโยคที่สอง (สะท้อนปัจจุบัน): "Today, she [ประธาน] + could be [กริยาช่วย Modal Verb + Bare Infinitive หรือกริยารูปพื้นฐานที่ไม่เติม to] + on the path to forgiveness." โครงสร้างหลักคือหลังกริยาช่วยกลุ่ม Modals (เช่น can, could, will, would) จะต้องตามด้วย Bare Infinitive (ในที่นี้คือคำว่า be) เสมอ
3. สำนวนยอดฮิตในข้อสอบ (Idiom): วลี on the path to... แปลตรงตัวคือ "อยู่บนเส้นทางสู่..." ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนวนกลุ่มทิศทางที่มักออกข้อสอบพาร์ตเติมคำบ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น on the path to recovery (อยู่บนเส้นทางสู่การฟื้นตัว)
📋 ตารางกริยาสามช่อง (Irregular & Regular Verbs from Headline)
ในการเขียนข่าวภาษาอังกฤษ (Journalistic English) คำเชื่อมว่า that มักถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจเพื่อความกระชับของพื้นที่ข่าว:
Trump said Cuba is going to fall soon.
💡 ชวนสังเกตสไตล์ข่าว: ในประโยครายงานข่าวนี้ สื่อเลือกใช้รูปปัจจุบัน is going to (No Backshift) แทนที่จะเป็น was going to เนื่องจากข้อมูลหรือการคาดการณ์นี้ยังคงมีผลอยู่จริงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยอมรับและพบบ่อยในสไตล์การเขียนข่าว (Journalistic Style)
เปรียบเทียบโครงสร้างประโยคบอกเล่า
Direct Speech
Reported Speech (Statements)
มีเครื่องหมายอัญประกาศ “ ”
ไม่มีเครื่องหมายอัญประกาศ
ใช้ถ้อยคำตามต้นฉบับเดิมทุกประการ
เรียบเรียงและปรับสรรพนาม/Tense ตามความเหมาะสม
Subject + said, “...”
Subject + said (that) ...
Subject + told someone, “...”
Subject + told someone (that) ...
Grammar Focus สำหรับการทำข้อสอบ (เช่น TOEIC)
ข้อควรระวังในการเลือกใช้ระหว่าง SAID และ TOLD:
❌ ผิดไวยากรณ์: Trump told that Cuba would fall. (ห้ามใช้ told ลอย ๆ โดยไม่มีกรรมที่เป็นบุคคล)
can be said: Trump said that Cuba would fall. หรือ Trump told reporters that Cuba would fall.
Reported Clause:borrowing for 2026 is forecast to be "the lowest since before the pandemic"
Quoted Expression:"the lowest since before the pandemic"
1. การผสมผสานรูปแบบประโยครายงาน (Reported Speech + Direct Quotation):
พาดหัวนี้ผสมผสานระหว่างประโยครายงาน (Reported Speech) เข้ากับการยกคำพูดโดยตรง โดยเลือกใส่เครื่องหมายคำพูดเฉพาะวลีสำคัญ แทนที่จะใส่ครอบทั้ง Reported Clause นั่นคือ "the lowest since before the pandemic" เพื่อเน้นถ้อยคำสำคัญที่สำนักข่าวเลือกคงไว้ตามต้นฉบับ
หากข้อมูลนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นประโยคคำพูดโดยตรง (Direct Speech) ในเอกสาร แถลงการณ์ หรือรายงานฉบับเต็มของหน่วยงาน อาจมีลักษณะประมาณว่า: "Borrowing for 2026 is forecast to be the lowest since before the pandemic."
2. ปรากฏการณ์การไม่เปลี่ยน Tense (No Backshift of Tense):
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อกริยานำอยู่ในรูปอดีต (past-tense reporting verb) เช่น said ตัวกริยาใน Reported Clause จะต้องถูกเปลี่ยนเป็นอดีตตาม (Backshift) เป็น was forecast เสมอ ทว่าในภาษาข่าวมักเลือกใช้รูป No Backshift เป็น is forecast ด้วยเหตุผล 2 ประการหลัก:
Information still current: เนื่องจากการคาดการณ์ของปี 2026 และสถานะของข้อมูลนี้ยังคงมีผลเป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตอนที่รายงานข่าว
จุดน่าสนใจคือโครงสร้างประโยครายงานที่มีความซับซ้อนในตัวข่าวสาร เช่น "...who Russia said fled to the UAE..." ซึ่งเป็นการซ่อนโครงสร้างการรายงานเอาไว้ในอนุประโยคขยายคำนาม (Relative Clause) ในข้อสอบ TOEIC มักพบการวัดความรู้เรื่องโครงสร้างทำนองนี้ เพื่อทดสอบความสามารถในการแยกแยะใจความสำคัญและเข้าใจทัศนคติของผู้เขียนข่าวผ่านการเลือกคำกริยานำ (Reporting Verbs) ครับ
Reported Clause คือตรงไหน?
คือส่วนเนื้อหาที่เป็นกรรมของคำว่า said นั่นคือ (that) a driver raped her ซึ่งมีการละคำว่า that ไว้ในฐานที่เข้าใจ (มักพบการละคำเชื่อมนี้บ่อยมากในภาษาข่าว)
ข่าวนี้ใช้โครงสร้าง Indirect Speech (การรายงานข่าวนำมาเล่าใหม่) อย่างชัดเจน โดยขึ้นต้นด้วย
a US military spokesman said... ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยมากในข่าวภาษาอังกฤษและข้อสอบ TOEIC
จุดสังเกตคือ มีการลดรูปประโยคในส่วนหลัง จากโครงสร้างเต็มให้เหลือเพียง while approaching เพื่อความกระชับและสละสลวยตามสไตล์ภาษาข่าวครับ
🧠 Structure Analysis
Passive Voice:was shot down (ถูกยิงตก) มาจากรูปอดีต Past Simple Passive (was/were + V.3) เพื่อแสดงว่าประธาน (โดรน) เป็นผู้ถูกกระทำ
Reduced Clause:while approaching มีการลดรูป Adverb Clause โดยตัดประธานและกริยาช่วยออก ซึ่งรูปประโยคเต็มก่อนลดรูปคือ while the drone was approaching an American vessel (ขณะที่โดรนลำดังกล่าวกำลังเข้าใกล้เรือของสหรัฐฯ) การลดรูปนี้ทำได้เนื่องจากประธานของอนุประโยคหลักที่ถูกรายงาน (the drone was shot down) และประธานของ Adverb Clause ที่ตามหลัง while เป็นประธานตัวเดียวกัน คือ the drone
🗞️ Reporting Verbs Analysis
said – เป็นกลาง เหมาะกับการรายงานข้อเท็จจริงทั่วไป