ระบบเผาหัว (Glow Plug System) ในเครื่องยนต์ดีเซลมีความสำคัญมากสำหรับการ "สตาร์ทติดง่าย" ในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ เพราะเครื่องยนต์ดีเซลใช้การจุดระเบิดด้วยแรงอัด หากอากาศในห้องเผาไหม้เย็นเกินไป การจุดระเบิดจะไม่เกิดขึ้นครับ
นี่คือรายละเอียดการทำงานและส่วนประกอบของวงจรหัวเผาครับ:
1. หน้าที่ของหัวเผา
หัวเผาไม่ได้ทำหน้าที่จุดระเบิดเหมือนหัวเทียนในเครื่องยนต์เบนซิน แต่มีหน้าที่ เพิ่มอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ ให้สูงพอที่ละอองน้ำมันดีเซลจะเกิดการสันดาปได้เองเมื่อถูกฉีดและอัดด้วยแรงดันสูง
2. ส่วนประกอบหลักในวงจร
- หัวเผา (Glow Plugs): แท่งโลหะที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน (คล้ายขดลวดเตารีด)
- รีเลย์หัวเผา (Glow Plug Relay): ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ตัด-ต่อกระแสไฟปริมาณมากจากแบตเตอรี่ไปยังหัวเผา
- กล่องควบคุม (ECU/Timer): กำหนดระยะเวลาในการเผาหัวตามอุณหภูมิของเครื่องยนต์
- ไฟโชว์รูปสปริง (Indicator Lamp): แสดงให้คนขับทราบว่าระบบกำลังทำงานอยู่
3. ขั้นตอนการทำงานของวงจร
วงจรหัวเผาส่วนใหญ่ในปัจจุบันทำงานเป็น 2 ระยะหลักๆ ดังนี้ครับ:
ระยะก่อนสตาร์ท (Pre-Heating)
เมื่อเราบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON (หรือกดปุ่ม Start ครั้งแรก) กล่องควบคุมจะเช็กอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น
หากเครื่องเย็น กล่องจะสั่งให้ รีเลย์ทำงาน ส่งกระแสไฟไปที่หัวเผาจนร้อนแดง (อุณหภูมิสูงกว่า 800°C - 1,000°C)
ไฟรูปสปริง บนหน้าปัดจะสว่างขึ้น เมื่อไฟดับลง แสดงว่าห้องเผาไหม้พร้อมสำหรับการสตาร์ทแล้ว
ระยะหลังสตาร์ท (After-Heating)
หลังจากเครื่องยนต์ติดแล้ว ในรถรุ่นใหม่ๆ หัวเผาจะยังทำงานต่ออีกระยะหนึ่ง (ประมาณ 30 วินาที - 2 นาที) เพื่อช่วยให้การเผาไหม้ในช่วงแรกสมบูรณ์ขึ้น ลดควันดำ และช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบในขณะที่ยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงาน
4. อาการเสียที่พบบ่อย
- สตาร์ทติดยากตอนเช้า: หรือต้องลากยาวกว่าปกติ
- มีควันขาวออกมาหลังสตาร์ทติด: เนื่องจากน้ำมันเผาไหม้ไม่หมดเพราะความร้อนไม่พอ
- ไฟรูปสปริงไม่ขึ้น หรือขึ้นค้าง: แสดงว่าอาจมีหัวเผาขาด หรือรีเลย์มีปัญหา
ข้อแนะนำ: หากพบว่าหัวเผาขาดเพียงหัวเดียว แนะนำให้เปลี่ยนยกชุด (ตามจำนวนลูกสูบ) เพราะหัวอื่นๆ มักจะหมดอายุการใช้งานในช่วงเวลาใกล้เคียงกันครับ

No comments:
Post a Comment