โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้

กิจวัตรประจำวัน /Daily routines คือกิจกรรม หรือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ใครที่ศึกษาการใช้ Present Simple Tense สามารถดูได้จากตารางนี้ได้เลยครับ
กิจวัตรประจำวัน /Daily routines
อย่างง่าย แบบไม่ระบุเวลา
My name is John ฉันชื่อจอห์น
I wake up. ฉันตื่นนอน (ยังนอนต่อ)
I get up. ฉันตื่นนอน ลุกออกจากที่นอน
I wash my face. ฉันล้างหน้า
I have a shower. ฉันอาบน้ำ
I brush my teeth. ฉันแปรงฟัน
I get dressed. ฉันแต่งตัว
I have breakfast. ฉันกินอาหารเช้า
I have a cup of milk. ฉันกินนมหนึ่งแก้ว
I have a cup of tea. ฉันกินน้ำชาหนึ่งถ้วย
I have a cup of coffee. ฉันกินกาแฟหนึ่งถ้วย
   
I leave home. ฉันออกจากบ้าน
I go to school. ฉันไปโรงเรียน.
I go to school by bike. ฉันไปโรงเรียนโดยจักรยาน
I go to school by motorcycle. ฉันไปโรงเรียนโดยรถจักรยานยนต์
I go to school by van. ฉันไปโรงเรียนโดยรถตู้
I go to school by school bus. ฉันไปโรงเรียนโดยรถโรงเรียน
I walk to school every day. ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน
   
I read my book.ฉันอ่านหนังสือ
I do homework.ฉันทำการบ้าน
I watch TV. ฉันดูทีวี
I go to bed. ฉันไปนอน


A (อะ, เอ) ใช้นำหน้าคำนามทั่วไป
The(เดอะ, ดิ) ใช้นำหน้าคำนามที่ต้องการเน้น /ใช้นำหน้าคำนามเคยกล่าวมาก่อนแล้ว หรือเป็นที่รู้กัน ระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง


การเติมเวลาต่อท้ายประโยค
I go to school. ฉันไปโรงเรียน
I go to school at 6 o’clock.ฉันไปโรงเรียน เวลา 6 โมง
I go to school at 6.30 ฉันไปโรงเรียน เวลา 6.30 น
I go to school at 7 o’clock ฉันไปโรงเรียน เวลา 7.00 น.

การบอก เวลา และความถี่ ที่ทำ ว่าทำบ่อยหรือไม่
- I always go to school at 6 o’clock. ฉันไปโรงเรียน เวลา 6 โมง เสมอ
- I usually go to school at 6 o’clock. โดยปกติฉันไปโรงเรียน เวลา 6 โมง
- I never go to school at 6 o’clock. ฉันไม่เคยได้ไปโรงเรียน เวลา 6 โมง

การบอกความถี่ในสิ่งมีการ กระทำ
โดยประมาณ
เติมหน้ากริยาในประโยค
ภาษาอังกฤษภาษาไทยเปอร์เซ็นที่กระทำ
Always เสมอ100%
Usually โดยปกติ 90%
Normally / Generally ปกติ / โดยทั่วไป 80%
Often / Frequently บ่อยครั้ง / บ่อยๆ 70%
Sometimes บางครั้ง 50%
Occasionally เป็นครั้งคราว 30%
Hardly ever / Rarely / Seldom ไม่ค่อย /แทบจะไม่เคย20%
Never ไม่เคย 0%




วลีและประโยคพื้นฐานในห้องเรียน
(บางประโยค บ้างวลี ที่ละประธาน คือ I และ You)
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
Tense
At the school
ที่โรงเรียน
It is a new book มันคือหนังสือเล่มใหม่ Present Simple Tense
It is on page 3. อยู่ที่หน้า 3 Present Simple Tense
look at the line 5. ดูที่บรรทัดที่ 5 Present Simple Tense
Let's start on page 7. เรามาเริ่มกันที่หน้า 7 Present Simple Tense
Let's begin on page 7. เรามาเริ่มกันที่หน้า 7 Present Simple Tense
Open your books to page 8. เปิดหนังสือของคุณไปที่หน้า 8 Present Simple Tense
I’m ready. ฉันพร้อมแล้ว Present Simple Tense
I can do it. ฉันทำได้. Present Simple Tense
Let me see. เอามาให้ดูหน่อย Present Simple Tense
Not yet. ยังเลย Present Simple Tense
Come here. มานี่ Present Simple Tense
Go back. กลับไป Present Simple Tense
Answer the question. ตอบคำถามนี้ Present Simple Tense
Work in pair, please. จับคู่กันทำงานนะ Present Simple Tense
Give me a hand. ช่วยฉันหน่อย. Present Simple Tense
Wait for me. รอฉันด้วย. Present Simple Tense
Please wait. โปรดรอ Present Simple Tense
Just a moment, please. กรุณารอสักครู่ Present Simple Tense
That’s true. นั่นแหละเรื่องจริง Present Simple Tense
This source is credible. แหล่งข้อมูลนี้น่าเชื่อถือ Present Simple Tense
Don’t do it. อย่าทำ Present Simple Tense
Look at that. ดูนั่นสิ Present Simple Tense
Raise your hand. ยกมือขึ้น Present Simple Tense
Hand down. เอามือลง Present Simple Tense
Again, please. ขออีกครั้งนึงค่ะ Present Simple Tense
Thanks a lot. ขอบคุณมาก. Present Simple Tense
I found it. เจอแล้ว. Past Simple Tense
I see. ฉันเข้าใจ, ฉันรู้ Present Simple Tense
I want to speak with him. ฉันต้องการพูดกับเขา Present Simple Tense
I will try. ฉันจะพยายาม. Future Simple Tense
Work together. ทำงานด้วยกันนะ / ทำงานร่วมกันนะ Present Simple Tense
Listen to me. ฟังครูนะ / ฟังฉันนะ Present Simple Tense
Go there. ไปที่นั่น Present Simple Tense
Sit down. นั่งลง Present Simple Tense
Stand up. ยืนขึ้น Present Simple Tense
That one. อันนั้น Present Simple Tense
This one. อันนี้ Present Simple Tense
Slow down! ช้าลงหน่อย! Present Simple Tense
Tell me. บอกฉัน. Present Simple Tense
That’s enough. พอแล้ว. Present Simple Tense
That’s interesting. นั่นดูน่าสนใจ. Present Simple Tense
That’s right. ถูกตัอง. Present Simple Tense
It is here. มันอยู่ที่นี่ Present Simple Tense
Volunteer, please. ขออาสาสมัครด้วยจ้ะ Present Simple Tense
Act out, please. ออกมาทำให้ดูหน่อยค่ะ Present Simple Tense
Check your answer. ตรวจคำตอบของคุณ. Present Simple Tense
That doesn't make it right. นั่นไม่ใช่การทำที่ถูกต้อง Present Simple Tense
Please look at the blackboard. มองที่กระดานดำค่ะ Present Simple Tense
Listen and repeat. ฟังแล้วพูดตามนะ Present Simple Tense
Give me that please. เอาอันนั้นมาให้ฉัน Present Simple Tense
Pass back these sheets. ขอเอกสารเหล่านี้คืนด้วยค่ะ Present Simple Tense
Work in group, please. ทำงานเป็นกลุ่มนะ Present Simple Tense
put it on the table. เอาวางไว้บนโต๊ะนั้น Present Simple Tense
Is it far? มันไกล Present Simple Tense
It’s near here. มันอยู่ใกล้ที่นี่ Present Simple Tense
It’s about time. ถึงเวลาอันสมควรแล้ว Present Simple Tense
It’s different. มันแตกต่างกัน Present Simple Tense
It’s the same thing. มันเหมือนกัน Present Simple Tense
Do it yourself. จงทำมันด้วยตัวคุณเอง Present Simple Tense
I am not going to do it for you. Do it yourself. ฉันจะไม่ทำให้คุณ จงทำมันด้วยตัวคุณเอง Present Simple Tense
Come on, expound on the concept once again. ไหนคุณลองทวนคอนเซ็ปต์อีกทีซิ Present Simple Tense
Question
คำถาม
How much? เท่าไหร่ Present Simple Tense
Are you sure? เธอแน่ใจหรือ Present Simple Tense
Are you finished? คุณเสร็จแล้วหรือยัง Present Simple Tense
Where is it? มันอยู่ที่ไหน Present Simple Tense
Do you hear me? คุณได้ยินฉันไหม Present Simple Tense
Are you ready? คุณพร้อมไหม Present Simple Tense
Can you do it? คุณทำได้ไหม Present Simple Tense
Any question? ใครมีคำถามไหม Present Simple Tense
What did she say? เธอพูดอะไร Present Simple Tense
What do you say? คุณพูดว่าอะไรนะ Present Simple Tense
Where did you go? คุณไปที่ไหนมา Present Simple Tense
Do you understand? คุณเข้าใจไหม Present Simple Tense
What’s this? นี่คืออะไร Present Simple Tense
Where is Tom? ทอม อยู่ที่ไหน Present Simple Tense
Where are you? คุณอยู่ที่ไหน Present Simple Tense
Do you want it? คุณต้องการมันไหม Present Simple Tense
Do you want something? คุณต้องการอะไรบ้างไหม Present Simple Tense
Do you enjoy making things? คุณชอบทำ(ประดิษฐ์)สิ่งต่างๆหรือไม่ Present Simple Tense
Have you done your homework? คุณทำบ้านเสร็จแล้วหรือยัง Present Simple Tense
What after-school activities do you do? กิจกรรมหลังเลิกเรียนคุณทำอะไร Present Simple Tense
Can I use your paper? ฉันสามารถใช้กระดาษของคุณได้หรือไม่ Present Simple Tense
Can I borrow your pen? ฉันสามารถยืมปากกาของคุณได้หรือไม่ Present Simple Tense
What did he say? เขาพูดว่าอะไร Past Simple Tense
What do you mean? คุณหมายถึงอะไร Present Simple Tense
Do you understand now? ตอนนี้คุณเข้าใจหรือยัง Present Simple Tense
What do you want to do? เธออยากทำอะไรล่ะ Present Simple Tense
Do you like reading? คุณชอบอ่านหนังสือไหม Present Simple Tense
What kind of student are you? คุณเป็นนักเรียนแบบไหน Present Simple Tense
Which one do you want? คุณอยากได้อันไหน Present Simple Tense
What did you say to her? เธอพูดอะไรกับเธอ Past Simple Tense
What did you say to him? คุณพูดอะไรกับเขาบ้าง Past Simple Tense
What did you say to Tom? คุณพูดอะไรกับทอม Past Simple Tense
Did you do it by yourself? คุณทำมันด้วยตัวเองใช่ไหม Past Simple Tense
ขอยืม / ขออนุญาต
Borrow / May
Present Simple Tense
May I come in? ขอเข้าไปข้างในได้ไหม Present Simple Tense
May I go to the toilet, please? ผมขอไปห้องน้ำได้ไหม Present Simple Tense
May I go out, please? ขอออกไปข้างนอกได้ไหมครับ Present Simple Tense
ควรทำ
should do
Present Simple Tense
Repeat after me. พูดตามฉัน Present Simple Tense
Do your homework. ทำการบ้านของคุณ. Present Simple Tense
Help your friend. ช่วยเพื่อนของคุณด้วย Present Simple Tense
Listen carefully. ตั้งใจฟังนะ Present Simple Tense
Wash your hands. ล้างมือของคุณ Present Simple Tense
You can watch TV after you do your homework. คุณสามารถดูทีวีได้ หลังจากที่คุณทำการบ้าน Present Simple Tense
do homework ทำการบ้าน Present Simple Tense
ห้าม / ไม่ควรทำ
Do not / should not
Present Simple Tense
Don not do that. อย่าทำอย่างนั้น Present Simple Tense
Stop talking, please. หยุดคุยกันค่ะ Present Simple Tense
Don't be ridiculous. อย่าไร้สาระ Present Simple Tense
Be quiet please. เงียบหน่อยนะ Present Simple Tense
Stop doing that. หยุดทำอย่างนั้น Present Simple Tense
We don't say that. เราไม่พูดเช่นนั้นนะคะ Present Simple Tense
Don not shout. อย่าตะโกน Present Simple Tense
Do not exaggerate. อย่าพูดเกินจริง Present Simple Tense
Do not tell me that. อย่าพูดกับฉันอย่างนั้น Present Simple Tense
You know the rules. คุณรู้กฎระเบียบนะ (พูดเตือนสติ) Present Simple Tense
บอกตำแหน่ง
Position
Present Simple Tense
I am here. ฉันอยู่ที่นี่ Present Simple Tense
It is there. มันอยู่ที่นั่น Present Simple Tense
On the table. บนโต๊ะ Present Simple Tense
It is under the table. มันอยู่ใต้โต๊ะ Present Simple Tense
On the chair. บนเก้าอี้. Present Simple Tense
Look at this. ดูนี่สิ Present Simple Tense
Look at that. ดูนั่นสิ Present Simple Tense
put your book on the table. วางหนังสือของคุณไว้บนโต๊ะ Present Simple Tense
The pencil is on the table. ดินสอแท่งนั้นอยู่บนโต๊ะ Present Simple Tense
On the wall. อยู่ฝาผนัง (wall=ฝาผนังห้อง, กำแพง) Present Simple Tense
They are in the playground. พวกเขาอยู่ในสนาม (playground = ลาน, สนามกีฬา, สนามเด็กเล่น) Present Simple Tense
ใคร / ที่ไหน
Who / Where
What are you doing? คุณกำลังทำอะไร Present Countinuous Tense
Where are you going? คุณกำลังจะไปไหน Present Countinuous Tense
I am reading. ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ Present Simple Tense
He is reading. เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ Present Countinuous Tense
He takes a sitting sleep. เขานั่งหลับ Present Simple Tense
He is a student. เขาเป็นนักเรียน Present Simple Tense
Tom is a student. ทอมเป็นนักเรียน Present Simple Tense
He is the head of the class. เขาเป็นหัวหน้าห้อง Present Simple Tense
She likes to dance and sing. หล่อนชอบเต้นรำและร้องเพลง Present Simple Tense
Aree is a teacher. อารีย์เป็นครู Present Simple Tense
She is a teacher. หล่อนเป็นครู Present Simple Tense
He went into the bathroom. เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ Past Simple Tense
He looks at his watch. เขามองไปที่นาฬิกาข้อมือ Present Simple Tense
He drove me home yesterday. เขาขับรถมาส่งฉันที่บ้านเมื่อวานนี้ Past Simple Tense
He is at the library. เขาอยู่ที่ห้องสมุด Present Simple Tense
He is in the library. เขาอยู่ในห้องสมุด Present Simple Tense
Is Tom absent today? วันนี้ ทอม ไม่มาเรียนใช่ไหม Present Simple Tense
They are in the library. พวกเขาอยู่ในห้องสมุด Present Simple Tense
He put the book down on the table. เขาวางหนังสือเล่มนั้นไว้บนโต๊ะ Present Simple Tense
He is sitting on his chair at his desk. เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน Present Countinuous Tense
He put the small book down on the table. เขาวางหนังสือ เล่มเล็กบนโต๊ะ Present Simple Tense
ความรู้สึกนึกคิด
Feeling
I see. เข้าใจแล้ว Present Simple Tense
I get it. เข้าใจแล้ว Present Simple Tense
I'm understand. เข้าใจแล้ว Present Simple Tense
I don’t understand. ฉันไม่เข้าใจ Present Simple Tense
I do not understand. ฉันไม่เข้าใจ Present Simple Tense
I hope so. ฉันหวังอย่างนั้น Present Simple Tense
It’s impossible. มันเป็นไปไม่ได้. Present Simple Tense
It’s incredible! มันเหลือเชื่อ! Present Simple Tense
I think so. ฉันคิดว่าคงอย่างนั้นมั้ง Present Simple Tense
I don't think so. ฉันคิดว่าไม่น่าเป็นอย่างนั้น Present Simple Tense
I’m bored. ฉันเบื่อ. Present Simple Tense
I’m busy. ฉันยุ่งอยู่ Present Simple Tense
I’m hungry. ฉันหิว Present Simple Tense
Me too. ฉันด้วย. Present Simple Tense
I don’t know. ฉันไม่รู้ Present Simple Tense
it was just a misunderstanding. มันเป็นเพียงความเข้าใจผิด Past Simple Tense
I do not understand some things. ผมไม่เข้าใจ บางอย่าง Present Simple Tense
I did not quite understand. ฉันไม่ค่อยเข้าใจ Present Simple Tense
Now do you understand? ตอนนี้คุณเข้าใจไหม Present Simple Tense
I do not understand at all. ฉันไม่เข้าใจเลย Present Simple Tense
He didn not understand teacher. เขาไม่เข้าใจคุณครู Present Simple Tense
I agree 100 percent. ฉันเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ Present Simple Tense
He understands it better. เขาเข้าใจได้ดีกว่า Present Simple Tense
It would have meant so much to us. มันจะมีความหมายมากสำหรับพวกเรา Present Simple Tense
What did you say? คุณพูดอะไร Present Simple Tense
What do you think? คุณคิดอย่างไร Present Simple Tense
What is he talking about? เขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร Present Continuous Tense
Are you sure? คุณแน่ใจไหม Present Simple Tense
Do you mean it? คุณหมายความว่าอย่างไร Present Simple Tense
Believe me. เชื่อฉัน. Present Simple Tense
Come with me. มากับฉัน. Present Simple Tense
Do you see him often? คุณเห็นเขาบ่อยไหม? Present Simple Tense
Do you understand? คุณเข้าใจไหม? Present Simple Tense
I don’t like it. ฉันไม่ชอบมัน Present Simple Tense
As soon as possible. เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ Present Simple Tense
ให้กำลังใจ / ปลอบใจ
Cheer
Present Simple Tense
Try again. ลองอีกครั้งนะ Present Simple Tense
You are very good. คุณทำได้ดีมาก Present Simple Tense
Do not be shy. ไม่ต้องอายค่ะ Present Simple Tense
It’s easy. มันเป็นเรื่องง่าย. Present Simple Tense
It’s funny. มันตลก Present Simple Tense
It’s good. ดีแล้ว Present Simple Tense
Relax! ผ่อนคลาย! Present Simple Tense
It’s not bad. ไม่เลว. Present Simple Tense
It’s not difficult. ไม่ใช่เรื่องยาก Present Simple Tense
It’s all right. ไม่เป็นไร Present Simple Tense
It’s nothing. ไม่เป็นไร. Present Simple Tense
I can’t believe it. ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย Present Simple Tense
You are so smart. เธอฉลาดมาก Present Simple Tense
อื่น ๆ
Other
Present Simple Tense
Early Life. ชีวิตในวัยเด็ก Phrase
Best Friends เพื่อนที่ดีที่สุด Phrase
Go home กลับบ้าน Present Simple Tense
Go to bed ไปนอน Present Simple Tense
Go to sleep. ไปนอน Present Simple Tense
Have lunch ทานอาหารเที่ยง Present Simple Tense
Eat lunch. ทานอาหารเที่ยง Present Simple Tense
Eat dinner. กินอาหารเย็น Present Simple Tense
Lunch time เวลาอาหารกลางวัน Present Simple Tense
Things to do as a student. สิ่งที่ต้องทำในฐานะนักเรียน Present Simple Tense
Class Time เวลาเรียน Present Simple Tense
The first day of school begins. เปิดเรียนวันแรก Present Simple Tense
There is an empty seat in front. มีที่นั่งว่างด้านหน้า Present Simple Tense
They were best friends. พวกเขาเป็นเคยเพื่อนที่ดีที่สุด Past Simple Tense
Talk in your group. พูดคุย(ปรึกษา)ในกลุ่มของคุณ Present Simple Tense
He looked at the clock on the wall. เขามองไปที่นาฬิกาบนผนัง Past Simple Tense
I didn't have time to get one from there. ผมไม่มีเวลา ที่จะไปเอามันมาจากที่นั่น Present Simple Tense
I will go back home to finish my homework. ผมจะกลับไปทำการบ้านต่อ Future Simple Tense
We are studying the pronunciation of English. เรากำลังศึกษาการออกเสียงภาษาอังกฤษ Present Continuous Tense
I said "I have to go to the bathroom." ผมพูดว่า ผมต้องไปห้องน้ำ Present Simple Tense
You are lying. คุณโกหก Present Continuous Tense
I’m sorry. ฉันขอโทษ. Present Simple Tense
She is my best friend. เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน. Present Simple Tense
Thanks for your advice. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ. Present Simple Tense
You are wrong. คุณพลาดแล้ว Present Simple Tense
What are the disadvantages? ข้อเสียคืออะไร Present Simple Tense
I can’t wait. ฉันไม่สามารถรอได้ Present Simple Tense
I don’t have time. ฉันไม่มีเวลา Present Simple Tense
I don’t know anybody. ฉันไม่รู้จักใคร Present Simple Tense
It is time to go. ถึงเวลาแล้วที่จะไป Present Simple Tense
See you tomorrow. เจอกันพรุ่งนี้. Present Simple Tense


เอาไว้เทียบเวลาออกเสียงไม่ได้ เพราะ "กริยาช่วย"สามารถ เขียนได้ 2 แบบ คือแบบ ย่อ และแบบเต็ม
จึงทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไป ซึ่งเราจะพบเห็นได้ทั้ง 2 แบบ
- แบบย่อนั้นนิยมใช้ในภาษาพูด
- แบบไม่ย่อ นิยมใช้ในการเขียน ในแบบทางการ
กริยาช่วยในภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 24 ตัว
กริยาช่วยรูปปกติ
รูปปฎิเสธ
รูปปฎิเสธแบบย่อ
คำอ่านรูปย่อ
1 is อิส (เป็น, อยู่, คือ) is not isn't อิซซึนทฺ
2 am แอม (เป็น, อยู่, คือ) am not ไม่มีรูปย่อ
3 are อาร์ (เป็น, อยู่, คือ) are not aren't อานทฺ
4 was ว่อส (เป็น, อยู่, คือ) was not wasn't ว็อซซึน
5 were เวอร์ (เป็น, อยู่, คือ) were not weren't เวินทฺ
6 doดู (ทำ) do not don't โดนทฺ
7 does ด๊าซ (ทำ) does not doesn't ด๊าสซื่นทฺ
8 did ดิด (ทำ) did not didn't ดิดดึนทฺ
9 has แฮส (มี) has not hasn't แฮ็ซซึนทฺ
10 have แฮฟว (มี) have not haven't แฮ็ฟวึนทฺ
11 had แฮด (มี) had not hadn't แฮ็ดดึนทฺ
12 can แคน (สามารถ) can not can't คานทฺ
13 could คู่ด (สามารถ) could not couldn't คุดดึนทฺ
14 may เมย์ (อาจจะ) may not mayn't เมนอทฺ
15 might ไมท (อาจจะ) might not mightn't ไมทอิ่นทฺ
16 will วิล (จะ) will not won't โวนทฺ
17 would วู่ด (จะ) would not wouldn't วุดดึนทฺ
18 shall แชล (จะ) shall not shan't ชานทฺ
19 should ชู่ด (ควรจะ) should not shouldn't ชุดดึนทฺ
20 must มัสท (จะ,จะต้อง) must not mustn't มัสซี่นทฺ
21 need นีด (จำเป็น) need not needn't นีดึนทฺ
22 dare แด (กล้า) dare not daren't แดอึนทฺ
23 ought toออท ทู (ควรจะ) ought not oughtn't ออทึนทฺ
24 used to ยูส ทู (เคย) used not to usedn't to ยูสดึนทฺ




คำศัพท์ พื้นฐานในห้องเรียน
flagpole เสาธงชาติ
principal ครูใหญ่
sister ชี (นักบวชหญิง, ครูผู้หญิงที่เป็นนักบวช ในโรงเรียนคริตส์)
master ครู (ครูผู้ชายในโรงเรียนคริตส์)
teacher ครู
pupil นักเรียน
student นักเรียน
librarain บรรณารักษ์
janitor นักการภารโรง
field สนาม
playground สนามเด็กเล่น
slider ไม้ลื่น
swings ชิงช้า
roundabout ม้าหมุน
notebook สมุด / สมุดบันทึก
scissors (ซิ๊สเซอร์ส) กรรไกร
sharpener กบเหลาดินสอ
palette จานสี
chalk ชอล์ค
paper กระดาษ
pencil case กล่องใส่ดินสอ
glue กาว
coloured pencil ดินสอสี
pencil ดินสอ
pen ปากกา
fluorescent marker ปากกาสะท้อนแสง
book หนังสือ
text book ตำราเรียน
watercolour สีระบายน้ำ สีน้ำ
paint สี / ระบายสี
color สี
colour สี
painting brush พู่กัน
crayon (เคร๊ย่อน) สีเทียน
ink หมึก
ruler ไม้บรรทัด
protractor ไม้บรรทัดสำหรับวัดมุม
eraser (อิเร๊เสอะ) ยางลบ (ห้ามใช้คำว่า rubber)
compass วงเวียน
map แผนที่
globe (โกล้บ) ลูกโลก
whiteboard กระดานขาว
blackboard กระดานดำ
duster แปรงลบกระดาน
computer เครื่องคอมพิวเตอร์
bookshelf ชั้นวางหนังสือ
notice board กระดานติดประกาศ
bell กระดิ่ง / ระฆัง
wall chart โปสเตอร์ติดผนังห้อง
crest ตราโรงเรียน
school bag กระเป๋านักเรียน
chair เก้าอี้
table โต๊ะ
desk โต๊ะเรียน / โตะเขียนหนังสือ
flag ธงชาติ
calendar ปฏิทิน
meeting hall หอประชุม
school house อาคารเรียน
classroom ห้องเรียน / ชั้นเรียน
library ห้องสมุด
gym โรงยิม /อาคารพละศึกษา
canteen โรงอาหาร
library ห้องสมุด



วันในภาษาอังกฤษ
วันอาทิตย์ Sunday อ่านว่า ซันเดย์ Sun
วันจันทร์ Monday อ่านว่า มันเดย์ Mon
วันอังคาร Tuesday อ่านว่า ทิวสเทย์ Tue
วันพุธ Wednesday อ่านว่า เวนสเดย์ Wed
วันพฤหัสบดี Thursday อ่านว่า เธอร์สเดย์ Thu
วันศุกร์ Friday อ่านว่า ไฟรเดย์ Fri
วันเสาร์ Saturday อ่านว่า แซทเทอร์เดย์ Sat



เรื่องที่เกี่ยวข้อง

English : 24 Tense
กริยาช่่วย 24 ตัว
การใช้ "Modal Verb"
Verb to be
Verb to be (be)
Verb to be (be-being-been)
Verb to be VS Verb to do
การใช้ can
การใช้ could
การใช้ Dare
การใช้ Verb to do
การใช้ Verb to have
การใช้ have to VS must
การใช้ have-been-had = โดนซะแล้ว
การใช้ shall
การใช้ should
การใช้ may
การใช้ must
การใช้ might
การใช้ need
การใช้ will
การใช้ would

การใช้ About
การใช้ Advice
การใช้ Advise
การใช้ Actually
การใช้ Adjective
การใช้ Admit
การใช้ Adverb
การใช้ Adverb again
การใช้ Adverb (ตำแหน่งของ Adverb)
Adverb ที่ไม่ใช่ Adverb
Adverb ที่ไม่ลงท้ายด้วย ly
การใช้ Adverb of degree
การใช้ Adverb of frequency
การใช้ Adverb of frequency (usually)
การใช้ Adverb of manner
การใช้ Adverb of place
การใช้ Adverb of time
การใช้ afford
การใช้ After
การใช้ ahead
การใช้ ago
การใช้ All
การใช้ Alone
การใช้ Along
การใช้ Also
การใช้ Always
การใช้ Allow
การใช้ Already
การใช้ and
การใช้ annoy
การใช้ Another-other
การใช้ appointment
การใช้ article กับสถานที่กิจกรรม
การใช้ as long as
การใช้ as well as
การใช้ ask
การใช้ at
การใช้ avoid
การใช้ beat lose defeat win = ชนะ
การใช้ Because
การใช้ Before
การใช้ Being
การใช้ But
การใช้ buy-bought-bought
การใช้ By
การใช้ Conjunctions
การใช้ Country
การใช้ date
การใช้ daily
การใช้ Education
การใช้ Ego
การใช้ Enjoy
การใช้ even
การใช้ ever
การใช้ Family
การใช้ Find
การใช้ Finish
การใช้ For
การใช้ Forget
การใช้ From
การใช้ gerund
กริยาตามด้วย Gerund
การใช้ get got gotten
การใช้ give
การใช้ going to
การใช้ go - went - gone
การใช้ hardly
การใช้ homework
การใช้ how
การใช้ if
การใช้ in
การใช้ into
การใช้ ing (การใช้ Verb + ing )
การใช้ it
การใช้ just

การใช้ keep

การใช้ Last
การใช้ Late
การใช้ leave
การใช้ like
การใช้ linking verb
การใช้ lonely
การใช้ love
การใช้ Lose /Lost / Loose
การใช้ make - do
การใช้ market
การใช้ more - anymore
การใช้ morning
การใช้ never
การใช้ not
การใช้ of
การใช้ off
การใช้ often - Frequently
การใช้ on
การใช้ only
การใช้ over
การใช้ Personal (adjective)
การใช้ Preposition
การใช้ Prepositions of Time (At / In / On)
การใช้ Promise
การใช้ Pronoun
การใช้ Questions 1
การใช้ Questions 2
การใช้ Regret
การใช้ Relation
การใช้ Relative clause
การใช้ say
การใช้ shop
การใช้ since
การใช้ smoke
การใช้ so
การใช้ sometimes
การใช้ someone who
การใช้ speaking of which
การใช้ still
การใช้ stop
การใช้ take
การใช้ than
การใช้ that
การใช้ then
การใช้ think
การใช้ time
การใช้ to
การใช้ today
การใช้ together
การใช้ tomorrow
การใช้ too
การใช้ up
การใช้ used to
การใช้ Verb ing
การใช้ชื่อเรียก Verb
การใช้ wait
การใช้ want
การใช้ What
การใช้ With
การใช้ When
การใช้ Whenever
การใช้ Where
การใช้ whether
การใช้ which
การใช้ wish
การใช้ who
การใช้ whom
การใช้ why

การใช้ yesterday

ภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_A-F
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_G-Z
คำว่า "เคย" ในภาษาอังกฤษ
รวมประโยค และคำ ที่มักใช้ผิด
รวมประโยคเกี่ยวกับ นิสัย
รวมประโยคเกี่ยวกับ งาน (คุณอยากเป็นอะไร)
รวมประโยคเกี่ยวกับ เหตุผล - ผลกระทบ
คำว่า น่าสนใจ ภาษาอังกฤษ
วัน เวลา ภาษาอังกฤษ
เจ็บป่วย ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร
การออกเสียงภาษาอังกฤษของโฟเนติกส์


การใช้ Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)
การใช้ Past Simple Continuous Tense (อดีตกาลต่อเนื่อง)
การใช้ Past Perfect Tense (อดีตกาล สมบูรณ์)
การใช้ Past Perfect Continuous Tense (อดีตกาล สมบูรณ์ ต่อเนื่อง)

การใช้ Present Simple Tense
การใช้ Present Perfect Tense
การใช้ Present Continuous Tense
การใช้ Present Perfect Continuous Tense

การใช้ Future Simple Tense
การใช้ Future Perfect Continuous Tense

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ / ข้อสอบภาษาอังกฤษ
รวมตัวอย่างประโยคที่ใช้ Adverb และ Adjective
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในข้อสอบ TOEIC
คำศัพท์ TOEFL 1580 พร้อมคำแปล

เรียนภาษาอังกฤษกับ BBC
1. ระดับเริ่มฝึกหัด
(Essential English Conversation)


2. ระดับกลาง
(English on the Street)


3. ระดับกลางตอนปลาย
(English in the News)


Drama
(บทละคร เรื่องเล่า มีบทพูด)


6 Minute English
(วิดีโอบทสนทนา 6 นาที)


BBC Learning English Course Information
(ข้อมูลหลักสูตร BBC Learning English)


Learn Business English
(เรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ เกี่ยวกับเคล็ดลับการซื้อขาย)


Learn english with voa news improve english
ภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน ฟังข่าวภาษาอังกฤษ พร้อมซับ













































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น