โพสต์แนะนำ

สัญลักษณ์ไฟโชว์ที่หน้าปัดรถยนต์

สัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์พื้นฐานของรถยนต์ทุกค่ายที่พึงมี รูปร่างอาจต่างกันนิดหน่อยครับ

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

English : 24 Tense

มาดูโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ 12 tense กันครับ ACTIVE VOICE และอีก 12 tense กับประโยค PASSIVE

โครงสร้างประโยค
ACTIVE VOICE หมายถึงประโยคที่ ประธานเป็นผู้ กระทำ/แสดง ตามกริยาในประโยค
ACTIVE VOICE
Past
Present
Future
Simple S. + V.2 S. + V.1 (กริยาผัน) S. + will + V.1(กริยาไม่ผัน)
Continuous S. + was/were + V.ing S. + is/am/are/ + V.ing S. + will + be + V.ing
Perfect S. + had + V.3 S. + has/have + V3 S. + will + have + V.3
Perfect Continuous S. + had + been + V.ing S. + has/have + been + V.ing S. + will + have + been + V.ing


โครงสร้างประโยค
PASSIVE VOICE หมายถึงประโยคที่ ประธานถูก กระทำ/แสดง ตามกริยาในประโยค
PASSIVE VOICE
Past
Present
Future
Simple O. + was/were/ + V.3 O. + is/am/are + V.3 O. + will + be + V.3
Continuous O. + was/were/ + being + V.3 O. + is/am/are + being + V.3 O. + will + be + being + V.3
Perfect O. + had + been + V.3 O. + has/have + been + V.3 O. + will + have + been + V.3
Perfect Continuous O. + had + been + being + V3 O. + has/have + been + being + V.3 O. + will + have + been + being + V.3
หมายเหตุ : ประธานคือกรรมของประโยค = Object

ยกตัวอย่างโครงสร้าง มาทั้ง ACTIVE VOICE และ PASSIVE VOICE
แต่บทความนี้ กล่าวรายละเอียด เน้นเรื่อง ACTIVE VOICE

ACTIVE VOICE

Present Simple Tense (ปัจจุบันกาลปกติ)
โครงสร้างประโยค : S + V1
- ใช้บอกเล่่า เหตุการณ์ หรือสถานภาพจริง ในปัจุบันทั้งในธรรมชาติ และเกิดจากนิสัยการกระทำเรา
ประโยคตัวอย่าง
- I am a student.
ฉันเป็นนักเรียน

- I live in Bangkok.
ฉันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ

- I like ice-cream.
ฉันชอบไอศครีม

- I always get up at 6 o’clock.
ผม ตื่นนอน เวลา 6 โมง เสมอ

- I sometimes go to the cinema.
บางครั้งฉันไปดูหนัง


ประธานเอกพจน์ กริยา ต้องเติม S
- He lives in Bangkok.
เขาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ

- The sun rises in the east.
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

- He usually lies on the bed and reads.
เขามักจะนอนอ่านหนังสือ บนเตียง

- He often plays tennis after school.
เขามักเล่นเทนนิสหลังเลิกเรียน

- He often goes to the movies with Linda.
เขามักจะไปดูหนังกับลินดา

- He can't cook very well so he often eats out.
เขาทำอาหารไม่ค่อยอร่อย เขาจึงออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อย ๆ



Present Continuous Tense (ปัจจุบันกาลต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + is, am, are + Ving
- ใช้เน้นการบอกเล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นขณะที่พูด (Ving = กริยาช่องที่ 1 เติม ing)
ประโยคตัวอย่าง
- I am working. ฉันกำลังทำงาน
- He is working. เขากำลังทำงาน
- He is swimming. เขากำลังว่ายน้ำ
- They are working. พวกเขากำลังทำงาน
- They are swimming. พวกเขากำลังว่ายน้ำ
- He is sitting in the car. เขากำลังนั่งอยู่ในรถ
- They are sitting in the car. พวกเขากำลังนั่งอยู่ในรถ
- It is raining to much out side. ข้างนอกฝนกำลังตกหนักมาก
- I am looking for John Fuller. ผมกำลังตามหา จอห์น ฟูลเลอร์

เดินซื้อของ
- A: What are you looking for? คุณกำลังหาอะไรอยู่หรือ
- B: I'm looking for new clothes. How about you? ฉันกำลังมองหาเสื้อผ้าใหม่ ๆ แล้วคุณล่ะ

Present Perfect Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์)
โครงสร้างประโยค : S + have/has + V3
- ใช้บอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต และยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน ซี่งมักจะใข้เวลานาน เช่นอาศัยอยู่
- ใช้บอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ทำเสร็จแล้ว แต่ยังมีผลมาถึงปัจจุบัน เช่น การประกาศ, การซื้อของ
- ใช้บอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ทำเสร็จแล้ว ทำบ่อย ๆ ปัจจุบันก็ยังทำอยู่
ประโยคตัวอย่าง
- You should have warned me.
คุณน่าจะเตือนกันก่อนนะ (รู้สึกคาใจ)

- He has forgotten to meet me.
เขาจำไม่ได้ว่าต้องมาพบฉัน (รู้สึกคาใจ)

- We have eaten in that restaurant many times.
พวกเราไปทานอาหารที่ร้านนั้นกันบ่อย (เหตุการเกิดขึ้นบ่อย)

- Tom has lived in Thailand since 1997.
ทอมอยู่ที่ประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1997
(ขณะที่พูด ทอมก็ยังอยู่ที่ประเทศไทย แต่จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ก็ได้)

- Joy has lived in my home for about 3 years.
จอยอยู่ในบ้านของฉันมาประมาณ 3 ปีแล้ว
(ขณะที่พูด จอยก็ยังอยู่ในบ้านของฉัน แต่จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ก็ได้)


Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + have/has + been + Ving
- เน้นบอกเล่าเหตุการณ์ ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีท่าว่าจะจบเหตุการณ์
ความเข้มข้นของ Present Perfect Continuous จะมากกว่า Present Perfect
หมายเหตุ
Verb Forms : V1 | V2 | V3 | : has , have | had | had
ประโยคตัวอย่าง
- The teacher has been speaking.
คุณครูกำลังพูดอยู่
(มีแนวโน้มว่าจะพูดต่อ)

- He’s been causing a lot of problems.
เขาได้สร้างปัญหาหลายอย่าง
(ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกสร้างปัญหา)

- You’ve been following me all the time!
แกติดตามฉันอยู่ตลอดเวลาเลยรึ!
(จากบทภาพยนต์)

- I have been studying German for two years.
ฉันเรียนภาษาเยอรมันมา 2 ปีแล้ว
(มีแนวโน้มว่าจะยังเรียนต่อไป)

- He stared at me. ‘You’ve been following me !’
เขามองหน้าผม “แกตามฉันมารึ?”
(จากบทภาพยนต์)

- She has been talking on the phone since morning.
หล่อนคุยโทรศัพท์ตั้งแต่เช้าแล้ว
(ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกคุย)

- I can’t sleep because I have been thinking of you so much.
ผมนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงคุณมาก
(นอนไม่หลับคิดถึงต่อเนื่องตลอดเวลา)

- He says he has been eating at the Tastee Diner since 2011.
เขาบอกว่าเขาทานอาหารที่ Tastee Diner ตั้งแต่ปี 2011
(เป็นร้านประจำ ที่เขามาทานอาหาร ตั้งแต่ปี 2011 ถึงทุกวันนี้)

- She has been bugging me about marriage, but I don't see the need to rush it.
เธอรบเร้าผมมาตลอด เกี่ยวกับการแต่งงาน แต่ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรีบเร่ง

- He has been waiting for a letter or a phone call for a job interview for three weeks already.
เขากำลังรอจดหมายหรือโทรศัพท์ เรียกสัมภาษณ์งานเป็นเวลาสามสัปดาห์แล้ว
(สมัครงานแล้ว เฝ้ารอลุ้นการเรียกสัมภาษณ์งาน)

- I understand. You have been working so hard. I just wanted you to have half an hour of fun.
ฉันเข้าใจ ว่าคุณทำงานหนักมาโดยตลอด ฉันเพียงต้องการให้คุณมีชั่วโมงที่สนุกๆบ้าง
(ขยันมาตลอดจนมีคนเห็นใจ มีแนวโน้มว่าจะขยันต่อไป)

- We have been producing Injection Pumps for diesel engines since 1957.
เราได้ทำการผลิตปั๊มหัวฉีดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลตั้งแต่ 1957
(ขณะที่กล่าวประโยคนี้ บริษัทนี้ก็ยังดำเนินผลิตอยู่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดบริษัท ปัจจุบันก็ยังดำเนินงานนี้อยู่ ไม่ได้ปิดบริษัท)

สรุปว่า Present Perfect Continuous Tense นี้ เน้นความต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในอดีต และยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีท่าว่าจะจบเหตุการณ์ หรือพูดง่าย ๆว่า ก็ยังคงทำต่อไป



Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)
โครงสร้างประโยค : S + V2
- ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจบลงในอดีต โดยมักใช้กับการ เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต
ประโยคตัวอย่าง
- I bought a hat yesterday.
ฉันซื้อหมวกมา 1 ใบเมื่อวานนี้

- I lived in Pattaya last year.
ฉันอยุ่ในพัทยาเมื่อปีที่แล้ว

- I worked in Bangkok in 2012.
ฉันเคยทำงานอยุ่ในกรุงเทพฯ ตอนปี 2012
(ขณะที่พูดไม่ได้ทำแล้ว)

- I studied in Thailand before.
เคยเรียน ในประเทศไทยมาก่อน
(ขณะที่พูดไม่ได้เรียนอยู่ในประเทศไทยแล้ว)

- She was a nurse for nearly thirty years.
เธอเคยเป็นพยาบาลมาเกือบ 30 ปี
(ขณะที่พูดไม่ได้ทำแล้ว)

- They couldn’t play football because of the rain.
พวกเขาไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้เพราะว่าฝนตก

- I used to get a lot of pimples when I was young.
ฉันเคยมีสิวมาก ตอนที่เป็นวัยรุ่น

- My mother took me to school on my first day of school. My mother held my hand.
แม่พาฉันมาเข้าโรงเรียนในวันแรก แม่จูงมือฉัน

- Every day my father had to go to the paddy field early in the morning and he came back at nightfall.
ทุกวันพ่อของฉันต้องไปที่นาในตอนเช้า และเขาก็กลับมาตอนค่ำ


เมื่อเพื่อนของคุณ หายไป ไม่มาเรียน วันต่อมา เมื่อเจอกัน คุณถามเพื่อนว่า หายไปไหนมา ลองดูคำตอบกัน
1. I was sick that day.วันนั้นฉันป่วย
2. I was sick yesterday.ฉันป่วยเมื่อวานนี้
3. I was sick after eating a hamburger yesterday.ฉันป่วยหลังจากกินแฮมเบอร์เกอร์เมื่อวานนี้
ทั้งสามประโยค มีความหมายว่า ป่วย และปัจจุบันหายป่วยแล้ว
ดังนั้น แสดงว่า เพื่อนคุณ หายป่วยแล้ว ขณะที่พูดในลักษณะ ทั้งสามประโยคนี้

การเล่าเรื่องลำดับเหตุการณ์ ยืมเงิน
They used to be friends. พวกเขาเคยเป็นเพื่อน Past Simple อดีต
They used to talk to each other. พวกเขาเคยพูดคุยกัน Past Simple อดีต
But now they are not friends. แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้เป็นเพื่อน Present Simple ปัจจุบัน
Now they do not talk to each other. ตอนนี้พวกเขาไม่ได้คุยกัน Present Simple ปัจจุบัน
They have a problem. พวกเขามีปัญหา Present Simple ปัจจุบัน
The problem is money. ปัญหาคือเงิน Present Simple ปัจจุบัน
หมายเหตุ used to = เคย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การใช้ used to



Past Continuous Tense (อดีตกาลต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + was/were + Ving
พูดถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้้นและกำลังดำเนินอยู่ในอดีต ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์ แทรกเข้ามา
หมายเหตุ
was=ใช้กับประธานเอกพจน์
were=ใช้กับประธานพหูพจน์
- เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past Continuous Tense (S + was/were + Ving)
- เหตุการณ์เกิดหลัง ใช้ Past Simple Tense (S + V2)
ประโยคตัวอย่าง
- I am reading when you called me.
ฉันกำลังอ่านหนังสือ เมื่อคุณโทรหาฉัน

- I was watching TV when Natalie came in.
ฉันกำลังดูทีวี ขณะที่นาตาลี เข้ามาข้างใน

- When the accident happened we are dancing.
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเรากำลังเต้นรำอยู่

- When I get home the children are doing their homework.
เมื่อฉันกลับถึงบ้านลูก ๆ กำลังทำบ้านของพวกเขา

- While Maria was walking, the boy grabbed her handbag.
ในขณะที่มาเรียกำลังเดิน เด็กผู้ชายก็คว้ากระเป๋าถือของเธอ


Past Perfect Tense (อดีตกาลสมบูรณ์)
โครงสร้างประโยค : S + had + V3
พูดถึง 2 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต
- เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past Perfect Tense (S + had + V3)
- เหตุการณ์เกิดทีหลังใช้ Past Simple Tense (S + V2)
หมายเหตุ
Verb Forms : V1 | V2 | V3 | : has , have | had | had
ประโยคตัวอย่าง
- When I had taken a bath. I went to bed.
เมื่อฉันอาบน้ำ แล้วก็เขานอนเลย

- After I had finished my homework, I went out for a walk.
หลังจากทำการบ้านเสร็จ ฉันก็ออกไปเดินเล่น

- He had told her that he planned to buy a new house.
เขาเคยบอกกับเธอว่า เขาได้วางแผนที่จะซื้อบ้านสักหลังนึง

- If he had listened to me, we would have been home earlier.
ถ้าเขาฟังผม พวกเราก็จะกลับถึงบ้านเร็วกว่านี้

- It had occurred to me that I forgot something at the grocery.
ฉันจำได้ว่า ฉันลืมของไว้ที่ร้านขายของชำ
It had occurred to me = ฉันจำได้ / ฉันนึกขึ้นได้
occur = เกิดขึ้น (กริยาช่องที่ 1)



Past Perfect Continuous Tense (อดีตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + had + been + Ving
ใช้บอกเล่าเหตุการณ์คล้ายกับ Past Perfect Tense แต่เน้นระยะเวลา การต่อเนื่องของเหตุการณ์ ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามาได้ชัดเจนกว่า
- เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past Perfect Tense (S + had + been + Ving)
- เหตุการณ์เกิดทีหลังใช้ Past Simple Tense (S + V2)
- คำเชื่อมระหว่างประโยคมักใช้ after, before, that, when
หมายเหตุ
Verb Forms : V1 | V2 | V3 | : has , have | had | had
ประโยคตัวอย่าง
- We had been dancing for an hour before he arrived.
พวกเราเต้นรำกันเป็นชั่วโมงแล้วก่อนที่เขามาถึง

- I had been studying English for two hours when he came in.
ฉันกำลังเรียนภาษาอังกฤษถึงสองชั่วโมง เมื่อตอนเขาเข้ามา

- John extracted himself from the chair he had been sitting on for so long.
จอห์นขยับตัวลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเป็นเวลานาน (นั่งนานมาก จนเมื่อยแล้ว)

- I had been reading a book for two hours when there was a knock on the door.
ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ถึง สอง ชั่วโมงแล้วขณะที่มีเสียงเคาะประตู


Future Simple Tense (อนาคตกาลปกติ)
โครงสร้างประโยค : S + will + V1
นักภาษาศาสตร์รุ่นเก่าจะใช้ Will และ shall ตามประธานของประโยค
ส่่วนปัจจุบัน นิยมใช้ will ได้กับทุกประธาน (รายละเอียด การใช้ will และ shall)
ประโยคตัวอย่าง will + V1 แปลว่่าจะ

หมายเหตุ I will รูปย่อ = I'll
- I'll pay for it.
ฉันจะจ่ายค่าของ

- I'll pay for you.
ฉันจะจ่ายให้คุณเอง

- He will end the war.
เขาจะยุติสงคราม

- I'll pay for it myself.
ฉันจะจ่ายของฉันเอง

- I'll pay for this later.
ฉันจะจ่ายให้ภายหลัง

- I'll pay for it by check.
ฉันจะจ่ายให้โดยผ่านเช็ค

- I'll pay for lunch.
ฉันจะจ่ายค่าอาหารกลางวัน

- He will solve our problems.
เขาจะแก้ปัญหาให้เรา

- He will be a great president.
เขาจะเป็นประธานาธิบดี ที่ดี

- I'll pay for everything.
ฉันจะจ่ายให้สำหรับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง

- The insurance company will pay for the damage to my car
บริษัทประกันจะใช้จ่ายค่าเสียหายให้กับรถของฉัน

- Even if you say it a bunch more times, I still won’t believe you.
ต่อให้คุณพูดอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะยังไม่เชื่อคุณ

- A: "John, can I see you in my office?" B: "I'll be right over."
A: จอห์นฉันจะไปหาคุณที่ทำงานได้ไหม B: ผมจะพบคุณเองครับ
(be = V1 ของ "Verb to be" เป็น / อยู่ / คือ)




Future Continuous Tense (อนาคตกาลต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + will + be + Ving
- ใช้บอกสิ่ง ที่จะเกิดขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นจริง เนื่องจากสถานการณ์ หรือมีการตัดสินใจแล้ว
ประโยคตัวอย่าง
- I will be traveling in Europe next week.
ฉันกำลังจะเดินทางไปยุโรปในสัปดาห์หน้า

- I will be going to the hospital next week.
ฉันจะไปโรงพยาบาล สัปดาห์หน้า

- It is time, Chairman. They will be coming soon.
ได้เวลาแล้วครับท่านประธาน พวกเขากำลังจะมาแล้ว

- I will be going to Japan. That is why I decided to volunteer for the food and wine festival.
ฉันกำลังจะได้ไปญี่ปุ่นนะ เพราะว่าฉันเป็นอาสาสมัครในงานเทศการ อาหารและไวน์



Future Perfect Tense (อนาคตกาลสมบูรณ์)
โครงสร้างประโยค : S + will + have + V3
- พูดถึง 2 เหตุการณ์ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตแต่ไม่พร้อมกัน
เหตุการณ์แรกใช้ Future Perfect Tense
เหตุการณ์ที่สองใช้ Present Simple Tense

- พูดถึงเหตุการณ์ / การกระทำ ที่คาดว่าจะทำเสร็จ ณ จุดเวลาที่แน่นอนในอนาคต
ประโยคตัวอย่าง
- พูดถึง 2 เหตุการณ์ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตแต่ไม่พร้อมกัน
เหตุการณ์แรกใช้ Future Perfect Tense
เหตุการณ์ที่สองใช้ Present Simple Tense

- I will have finished this task by next Friday.
ฉันจะเสร็จสิ้นภารกิจนี้ในวันศุกร์หน้า

- The train will have left by the time we get there.
รถไฟขบวนนั้นก็น่าจะออกไปแล้ว เมื่อเราไปถึงที่นั่น


- พูดถึงเหตุการณ์ / การกระทำ ที่คาดว่าจะทำเสร็จ ณ จุดเวลาที่แน่นอนในอนาคต
- By then, I will have proved I can do the job, Pregnant or not.
ถึงตอนนั้น ฉันก็จะพิสูจน์ว่าฉันทำงานได้ ไม่ว่าจะท้องหรือไม่ท้อง

- By the time my father retires, he will have worked for almost thirty years.
เมื่อถึงเวลา ที่พ่อผมเกษียณ เขาก็จะทำงานมาเกือบ สามสิบปี

- I will have completed my father's work. But first, I'm gonna need that key.
ผมก็จะสานต่องานของพ่อผมสำเร็จเสียที แต่ก่อนอื่น ผมจำเป็นต้องมีกุญแจดอกนั้น


Future Perfect Continuous Tense (อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง)
โครงสร้างประโยค : S + will + have + been +Ving
- เน้นการบอกถึงการกระทำต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ เมื่อถึง ณ จุด ๆหนึ่งของเวลาที่จะถึง
(Future Perfect Continuous Tense ไม่ค่อยได้ใข้แล้ว)
ประโยคตัวอย่าง

- I will have been studying English for five years next month.
ผมจะเรียนภาษาอังกฤษครบห้าปีเมื่อถึงเดือนหน้า

- They will have been staying here for two months next Sunday.
พวกจะเขาพักที่นี่ครบสองเดือน เมื่อถึงเดือนหน้า

- I will have been staying in this hotel for one month next Sunday.
ผมจะพักที่โรงแรมนี้ครบหนึ่งเดือน เมื่อถึงวันอาทิตย์หน้า

- She will have been waiting for us for several hours by the time we arrive.
เธอจะต้องรอพวกเราไปหลายชั่วโมง กว่าเราจะถึง


การใช้ be แหล่งค้นคว้าภายนอก
การใช้ be แหล่งค้นคว้าภายนอก จากดิกชันนารี
การใช้ be สามารถคลิก เพื่อดูตัวอย่างประโยคและ การออกเสียงได้จาก ดิกชันนารี ภาษาอังกฤษออนไลน์
1. Cambridge Dictionary : www.dictionary.cambridge.org : be
1.1. Cambridge Dictionary (ภาษาไทย) : www.dictionary.cambridge.org : be

2. Collins Dictionary : www.collinsdictionary.com : be
3. Longman Dictionary : www.ldoceonline.com : be
4. Oxford Dictionary : www.oxforddictionaries.com : be
5. Webster Dictionary : www.merriam-webster.com : be
6. Yourdictionary Dictionary : www.yourdictionary.com : be
7. Macmillan Dictionary : www.macmillandictionary.com : be
8. Dictionary Dictionary : www.dictionary.com : be
9. Vocabulary Dictionary : www.vocabulary.com : be

ดิกชันนารี ภาษาไทยออนไลน์
1. Longdo. Dictionary : www.longdo.com : be
2. Sanook Dictionary : www.sanook.com.com : be
3. Mthai Dictionary : www.mthai.com : be

แหล่งค้นคว้าอื่น ๆ
1. www.sealang.net : ดิกชันนารี ประโยค จากเรื่องสั้น / นิยาย
2. www.arts.chula.ac.th : ประโยค จากบทความ (ไม่มีคำแปล)
3. www.royin.go.th : ภาษาไทย ราชบัณฑิตยสถาน


การใช้ Lose (V1) / Lost(V2 และ V3)
- I lost our key.
ฉันทำกุญแจของพวกเราหาย
หมายเหตุ : lost = กริยาช่อง 2 (Past Simple Tense)

- How can you have lost it?!
คุณทำมันหายได้ยังไงหะ?
หมายเหตุ : lost = กริยาช่อง 3 (Present Perfect Tense)

- Where did you lose it?
คุณทำหายที่ไหน
หมายเหตุ : lose = กริยาช่อง 1 (Past Simple Tense)

- A: When did you lose it? B: I don't know.
คุณทำหายเมื่อไหร่
หมายเหตุ : lose = กริยาช่อง 1 (Past Simple Tense)

- I think I lost it today. I used it yesterday.
ฉันคิดว่า ฉันทำหายวันนี้ เมื่อวานฉันยังใช้มันอยู่เลย
หมายเหตุ : lost = กริยาช่อง 2 (Past Simple Tense)



เรื่องที่เกี่ยวข้อง

English : 24 Tense
กริยาช่่วย 24 ตัว
การใช้ "Modal Verb"
Verb to be
Verb to be (be)
Verb to be (be-being-been)
Verb to be VS Verb to do
การใช้ can
การใช้ could
การใช้ Dare
การใช้ Verb to do
การใช้ Verb to have
การใช้ have to VS must
การใช้ have-been-had = โดนซะแล้ว
การใช้ shall
การใช้ should
การใช้ may
การใช้ must
การใช้ might
การใช้ need
การใช้ will
การใช้ would

การใช้ About
การใช้ Advice
การใช้ Advise
การใช้ Actually
การใช้ Adjective
การใช้ Admit
การใช้ Adverb
การใช้ Adverb again
การใช้ Adverb (ตำแหน่งของ Adverb)
Adverb ที่ไม่ใช่ Adverb
Adverb ที่ไม่ลงท้ายด้วย ly
การใช้ Adverb of degree
การใช้ Adverb of frequency
การใช้ Adverb of frequency (usually)
การใช้ Adverb of manner
การใช้ Adverb of place
การใช้ Adverb of time
การใช้ afford
การใช้ After
การใช้ ahead
การใช้ ago
การใช้ All
การใช้ Alone
การใช้ Along
การใช้ Also
การใช้ Always
การใช้ Allow
การใช้ Already
การใช้ and
การใช้ annoy
การใช้ Another-other
การใช้ appointment
การใช้ article กับสถานที่กิจกรรม
การใช้ as long as
การใช้ as well as
การใช้ ask
การใช้ at
การใช้ avoid
การใช้ beat lose defeat win = ชนะ
การใช้ Because
การใช้ Before
การใช้ Being
การใช้ But
การใช้ buy-bought-bought
การใช้ By
การใช้ Calm
การใช้ Conjunctions
การใช้ Country
การใช้ date
การใช้ daily
การใช้ Education
การใช้ Ego
การใช้ Enjoy
การใช้ even
การใช้ ever
การใช้ Family
การใช้ Find
การใช้ Finish
การใช้ For
การใช้ Forget
การใช้ From
การใช้ gerund
กริยาตามด้วย Gerund
การใช้ get got gotten
การใช้ give
การใช้ going to
การใช้ go - went - gone
การใช้ hardly
การใช้ heart
การใช้ homework
การใช้ how
การใช้ if
การใช้ in
การใช้ Interview = สัมภาษณ์
การใช้ into
การใช้ ing (การใช้ Verb + ing )
การใช้ it
การใช้ just

การใช้ keep

การใช้ Last
การใช้ Late
การใช้ leave
การใช้ like
การใช้ linking verb
การใช้ lonely
การใช้ love
การใช้ Lose /Lost / Loose
การใช้ make - do
การใช้ market
การใช้ miss
การใช้ more - anymore
การใช้ morning
การใช้ never
การใช้ News - Rumor ข่าว - ข่าวลือ
การใช้ not
การใช้ of
การใช้ off
การใช้ often - Frequently
การใช้ on
การใช้ only
การใช้ over
การใช้ Personal (adjective)
การใช้ Preposition
การใช้ Prepositions of Time (At / In / On)
การใช้ Promise
การใช้ Pronoun
การใช้ Questions 1
การใช้ Questions 2
การใช้ Regret
การใช้ Relation
การใช้ Relative clause
การใช้ say
การใช้ shop
การใช้ since
การใช้ smoke
การใช้ so
การใช้ sometimes
การใช้ someone who
การใช้ speaking of which
การใช้ still
การใช้ stop
การใช้ take
การใช้ than
การใช้ that
การใช้ then
การใช้ think
การใช้ time
การใช้ to
การใช้ today
การใช้ together
การใช้ tomorrow
การใช้ too
การใช้ up
การใช้ used to
การใช้ Verb ing
การใช้ชื่อเรียก Verb
การใช้ wait
การใช้ want
การใช้ What
การใช้ With
การใช้ When
การใช้ Whenever
การใช้ Where
การใช้ whether
การใช้ which
การใช้ wish
การใช้ who
การใช้ whom
การใช้ why

การใช้ yesterday

ภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_A-F
กริยาสามช่อง_IRGULAVERB_G-Z
คำว่า "เคย" ในภาษาอังกฤษ
รวมประโยค และคำ ที่มักใช้ผิด
รวมประโยคเกี่ยวกับ นิสัย
รวมประโยคเกี่ยวกับ อารมณ์ ความรู้่สึก
รวมประโยคเกี่ยวกับ งาน (คุณอยากเป็นอะไร)
รวมประโยคเกี่ยวกับ เหตุผล - ผลกระทบ
คำว่า น่าสนใจ ภาษาอังกฤษ
วัน เวลา ภาษาอังกฤษ
เจ็บป่วย ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร
โรคภัยไข้เจ็บ
การออกเสียงภาษาอังกฤษของโฟเนติกส์


การใช้ Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)
การใช้ Past Simple Continuous Tense (อดีตกาลต่อเนื่อง)
การใช้ Past Perfect Tense (อดีตกาล สมบูรณ์)
การใช้ Past Perfect Continuous Tense (อดีตกาล สมบูรณ์ ต่อเนื่อง)

การใช้ Present Simple Tense
การใช้ Present Perfect Tense
การใช้ Present Continuous Tense
การใช้ Present Perfect Continuous Tense

การใช้ Future Simple Tense
การใช้ Future Perfect Continuous Tense

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ / ข้อสอบภาษาอังกฤษ
รวมตัวอย่างประโยคที่ใช้ Adverb และ Adjective
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในข้อสอบ TOEIC
คำศัพท์ TOEFL 1580 พร้อมคำแปล

เรียนภาษาอังกฤษกับ BBC
1. ระดับเริ่มฝึกหัด
(Essential English Conversation)


2. ระดับกลาง
(English on the Street)


3. ระดับกลางตอนปลาย
(English in the News)


Drama
(บทละคร เรื่องเล่า มีบทพูด)


6 Minute English
(วิดีโอบทสนทนา 6 นาที)


BBC Learning English Course Information
(ข้อมูลหลักสูตร BBC Learning English)


Learn Business English
(เรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ เกี่ยวกับเคล็ดลับการซื้อขาย)


Learn english with voa news improve english
ภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน ฟังข่าวภาษาอังกฤษ พร้อมซับ




































คำค้นหา
แกรมม่า ในประโยค

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น